|
| คณะแพทย์โรงพยาบาล เวียดนาม-เยอรมนีทำการปลูกถ่ายอวัยวะ(Photo internet) |
สำหรับเทคนิกการรักษาซีสต์ในท่อน้ำดีผ่านการผ่าตัดด้วยกล้องให้แก่ผู้ป่วยเด็กนั้นยังถือว่าทำได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งรายการผ่าตัดดังกล่าวก็ยังไม่ถูกระบุเป็นรายการผ่าตัดหลักของศูนย์การแพทย์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในทั่วโลกแต่ที่โรงพยาบาลเด็กส่วนกลางเวียดนาม ก็ได้ประสบความสำเร็จในการรักษาซีสต์ท่อน้ำดีผ่านการผ่าตัดด้วยกล้องให้แก่เด็ก500คนซึ่งในนั้นผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดคือเด็กทารกอายุสองเดือน และก็มีศ.นายแพทย์ของหลายประเทศได้เดินทางมาศึกษาเทคนิกการผ่าตัดดังกล่าวของเวียดนาม ซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กส่วนกลาง Nguyen Thanh Liem เผยว่า นี่เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและอันตรายเพราะอาจจะทำให้เส้นเลือดฉีกขาดได้ นอกจากต้องประยุกต์ใช้เทคนิกการผ่าตัดที่ทันสมัยของโลกแล้ว เวียดนามยังทำการวิจัยปรับปรุงเทคนิกใหม่ในการเชื่อมท่อตับกลางกับลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งใช้เวลาผ่าตัดสั้นกว่าแต่ผลการรักษาก็มีเปอร์เซ็นสำเร็จเท่ากับเทคนิกที่ประเทศอื่นๆกำลังทำอยู่
|
| ผู้ป่วยหลังจากได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ(Photo internet) |
ผลสำเร็จต่างๆในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะได้ช่วยสร้างพื้นฐานให้แก่การพัฒนาวิธีการรักษาโรคของวงการแพทย์เวียดนามและได้กลายเป็นงานประจำในโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งที่มีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยแต่มีค่าใช้จ่ายเพียง1/3ของการผ่าตัดในต่างประเทศ นายแพทย์ Nguyen Tien Quyet ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิตรภาพเวียดนาม-เยอรมนี เผยว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆที่กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์และเว้สามารถทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ไตและหัวใจเองได้ และมีโรงพยาบาลบางแห่งเช่นโรงพยาบาลของเราก็ได้เริ่มทำการปลูกถ่ายอวัยวะส่วนอื่นๆเช่น ปอดและตับอ่อนด้วยเทคนิกการแพทย์ที่ไม่แพ้ศูนย์การแพทย์ที่มีชื่อเสียงของโลกและจากการปฏิบัติจริงเห็นว่าใช้เวลาผ่าตัดเร็วกว่าด้วย.
ส่วนนาง Nguyen Thi Kim Tien รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้แสดงความเห็นว่า การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่หน่วยงานสาธารณสุขให้ความสนใจก่อนโดยทางกระทรวงกำลังลงทุนพัฒนาแหล่งบุคลากรทั้งในด้านจำนวนและคุณภาพ ตลอดจนให้ความสนใจลงทุนด้านอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้ทัดเทียมกับภูมิภาคและโลก ซึ่งพัฒนาการต่างๆของหน่วยงานสาธารณสุขเวียดนามก็ได้ช่วยสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยในการรักษาโรคร้ายแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มั่นคงยิ่งขึ้น./.









