ความคิดเห็นและความประทับใจของนิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามหลังจากได้เดินทางมาทัศนะศึกษาและใช้ชีวิตที่เวียดนามเป็นเวลา3เดือน ทั้งที่นครโฮจิมินห์และกรุงฮานอย
|
ในระยะเวลา3เดือน ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการตัดสินและเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตหนู หลายเรื่องประทับใจ มิตรภาพ อาจารย์ การเรียนรู้ที่ไม่มีในห้องเรียน ชีวิตจริงที่เราต้องเผชิญ ทั้งในเรื่องของภาษา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในบางครั้ง ….
หอพักที่พวกหนูอยู่ค่อนข้างอยู่ไกลจากตัวเมืองลำบากในช่วงแรกเรื่องอาหารการกินหลังๆรู้แหล่งอาหารที่อร่อยๆหน้าบวมกันทุกคนค่ะ เรื่องที่มันส์ที่สุดคือเรื่องนั่งรถเมย์ค่ะ โหดมันฮา วิถีชีวิตผู้คนที่นี้น่านับถือมากค่ะ เท่าที่หนูสังเกตดู พวกเค้าจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น ที่โฮจิมินห์อากาศร้อนมากไม่มีวันไหนที่หนาวเลยค่ะ ด้วยต้นทุนที่ต่ำรถแทคซี่จะใช้สับปะรดแทนน้ำหอมเพื่อทั้งดับกลิ่นและเพิ่มกลิ่นหอม และวัยรุ่นอย่างพวกหนูถ้าออกไปข้างนอก เขาจะใส่ที่ปิดปาก สวมหมวกกันแดด ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงยีน….
นอกจากนี้ สิ่งที่หนูรู้สึกประหลาดใจมากคือ 2ปีที่หนูเรียนภาษาเวียดนาม กับ2ปีที่ คนเวียดนามเรียนภาษาไทยค่อนข้างแตกต่างกันค่ะ คนเวียดนามมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้มาก และเก่งกันแม้จะเพิ่งเริ่มเรียนได้ไม่ถึงปี นั่นยิ่งเป็นการเติมไฟให้ชีวิตหนู ให้มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้มากขึ้น ….
หนูจะนำประสบการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ในระยะเวลา3เดือน ที่ผ่านมา มาปรับใช้และยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต …./.
|
ตลอดระยะเวลา3เดือนที่หนูได้อยู่ Hồ Chí Minh อาจจะเป็นระยะเวลาสั้นๆแต่สิ่งที่หนูได้กลับมานั้นหนูรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่ได้อยู่ที่ Hồ Chí Minh ตลอด3เดือนที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ได้ไปเรียนเพื่อเอาภาษาเท่านั้นเพื่อเพิ่มเติมความรู้แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือความเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนคนไทยและคนเวียดนาม ….









