ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายชายหญิงร่วมเป็นพยานในการร้องโต้ตอบ |
เมื่อถึงวันรับเจ้าสาวก็จะเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องร้องเพลงรับลูกสะใภ้ “ Khắp tỏn pặư” โดยฝ่ายหญิงจะร้องเพลงตอบแทนฝ่ายชาย ขอให้ฝ่ายชายขึ้นบันไดมารับเจ้าสาวขึ้นบ้าน หลังจากทั้งขบวนขึ้นบ้านเรียบร้อยก็จะมีการร้องเพลงโต้ตอบกันต่อไปเพื่อแสดงความขอบคุณและขอมอบเจ้าสาวให้แก่ฝ่ายชายอย่างเป็นทางการ มอบของหมั้นและสินสอดให้แก่ครอบครัวของฝ่ายชายเช่น ผ้าห่ม หมอน ผ้าเปียว ซึ่งเป็นสิ่งของที่เจ้าสาวทำเองเพื่อเป็นการแสดงความเคารพรักต่อพ่อแม่ของสามีและก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณสมบัติของการเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี“วันนี้ฝ่ายหญิงกับสามีได้นำของขวัญกลับบ้านของฝ่ายชาย ต้องข้ามเขาข้ามป่าข้ามลำธารเพื่อมาถึงบ้าน เมื่อเห็นบ้านเมืองอุดมสมบูรณ์และพัฒนาคึกคักก็ดีใจ กลับถึงบ้านแล้วก็รอคุณพ่อของสามีเปิดประตูต้อนรับลูกสะใภ้ ส่วนคุณแม่สามีจะมารับขึ้นบันได9ขั้นที่ทำจากไม้เนื้อหอม มาเป็นสะไภ้บ้านสามีจะต้องทำตัวให้สมกับบทบาทของแม่ศรีเรือนที่ดี”
หลังเพลงแต่ละบทจบลงผู้นำเพลงจะหยุดร้องเพื่อเชิญแขกที่มาร่วมงานร่วมดื่มฉลอง อวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่เปี่ยมด้วยความสุข การร้องโต้ตอบในงานแต่งงานระหว่างสองฝ่ายได้ดำเนินต่อไปทั้งวันทั้งคืน นางก่าถิฮวาน ศิลปินด้านวัฒนธรรมของเผ่าไทในจังหวัดเซินลาเผยว่า “ดิฉันคุ้นเคยกับการร้องเพลงส่งลูกเขยรับลูกสะไภ้นี้มาแต่เด็ก เมื่อได้ร่วมงานแต่งงานและได้ฟังพ่อสื่อแม่สื่อของสองฝ่ายชายหญิงดังนั้นจึงมีความเข้าใจในเอกลักษณ์ที่งดงามของวัฒนธรรมชนเผ่าตนและยิ่งศึกษาค้นคว้าก็ยิ่งรักและจะพยายามฝึกร้องฝึกปฏิบัติประเพณีนี้เพื่อสืบสานต่อไป”
ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งของการร้องเพลง “khắp xống khươi, tỏn pạư” ส่งลูกเขยและรับลูกสะใภ้ ประเพณีนี้จึงผูกพันกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชนและถือเป็นมรดกที่ชนเผ่าไทในจังหวัดเซินลารุ่นแล้ว รุ่นเล่าได้สืบสานและสืบทอดต่อกันมาตราบนานเท่านาน.









