สำหรับชนเผ่าแหยเจียง ดนตรีพื้นเมืองคือหนึ่งในวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งในชีวิตจิตใจและในคลังดนตรีอันหลากหลายนั้น ดิงตู๊ต ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นเครื่องดนตรีที่ขาดมิได้ในทุกกิจกรรมโดยเฉพาะในเทศกาลต่างๆ ดิงตู๊ต เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งในชุดเครื่องเป่าที่เรียกว่า ดิง ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่รวมกว่า10อย่าง และเป็นเครื่องดนตรีที่มีความผูกพันธ์กับชีวิตของชาวเเหยเจียงตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเมื่อบ้านไหนเพิ่งมีบุตร เสียงดิงตู๊ตก็จะบรรเลงแสดงความยินดี สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานรื่นเริงแห่งความสุขในงานแต่งงานหรืองานเทศกาลต่างๆ และเป็นเสียงแห่งความอาลัยอาวรของชาวบ้านเมื่อต้องส่งคนในชุมชนกลับสู่สรวงสวรรค์

เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่สะท้อนความสามัคคีแห่งชุมชนดังนั้นในการแสดงดิงตู๊ตจะต้องมีผู้เล่นตั้งแต่6-8คน และต้องประสานกันอย่างกลมกลืน โดยคนที่เดินนำหน้าคือหังหน้าวงและเป็นผู้ที่ควบคุมจังหวะเพื่อให้คนอื่นๆเป่าตาม ตามเรื่องที่บรรดาผู้ใหญ่บ้านได้เล่านั้น การฟ้อนรำดิงตู๊ตมี8บทแต่ละบทจะมีความหมายเฉพาะและมีท่ารำที่ไม่ซ้ำกันและชาวแหยเจียงทุกคนต่างรู้จักการเป่าดิงตู๊ตเพราะถือเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดมิได้ในชีวิตจิตใจของทุกคน นาย เยอรามแวง ชาวอ.นามยาง กล่าวว่า“การเป่าดิงตู๊ตนั้นยากพอสมควร แค่เรียนเพื่อเป่าได้ก็ยากแล้ว เราต้องฝึกและเรียนจากผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ เมื่อลูกหลานสนใจเรียนและรู้จักใช้เครื่องดนตรีพื้นเมืองก็ถือเป็นการสานต่อและพัฒนาเกียรติประวัติวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ”
ผ่านความผันผวนต่างๆมาหลายชั่วคน ชาวแหยเจียงก็ยังสามารถอนุรักษ์เอกลักษณ์วัฒนธรรมที่ดีเลิศและโดดเด่นของชนเผ่าตนไว้อย่างสมบูรณ์และเสียงดิงตู๊ตที่ดังกัลวาลไปทั่วป่าเขาถือเป็นเสียงแห่งพลังชีวิตที่ชาวแหยเจียงที่ผูกพันกับการพัฒนาคงอยู่ของชุมชนชนเผ่าแหยเจียงในเวียดนาม.









