(VOVWORLD) - “ต้องผลักดันการทูตเชิงเศรษฐกิจ”นี่เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ในการประชุมกับหัวหน้าสำนักงานตัวแทนเวียดนามประจำต่างประเทศเพื่อผลักดันการทูตเชิงเศรษฐกิจที่มีขึ้น ณ สำนักรัฐบาลในกรุงฮานอยเมื่อค่ำวันที่ 22 กรกฎาคม
ภาพการประชุม |
ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้กำชับให้ปฏิบัติมาตรการแก้ไขอย่างพร้อมเพรียงเพื่อสร้างความหลากหลายของตลาด ผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการค้า ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี เอฟทีเอ 17 ฉบับที่ได้ลงนามไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีอื่นๆ และย้ำว่า การทูตเชิงเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการทูตในยุคใหม่ ซึ่งต้องได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาอย่างเข้มแข็ง
“การทูตเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในเสาหลักของการทูตในยุคใหม่ จึงต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจต่างๆ อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมและรอบด้านมากขึ้น ในความเป็นจริง เรายังมีศักยภาพอีกมากเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ ความตกลงของผู้นำระดับสูงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก ซึ่งตอนนี้ เอกอัครราชทูต กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัด นครและสมาพันธ์สาขาอาชีพต่างๆต้องผลักดันการปฏิบัติ”
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง กล่าวปราศรัยในการประชุม |
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ระบุว่า ต้องเสร็จสิ้นการเจรจาเอฟทีเอกับกลุ่ม MERCOSUR และบราซิล ผลักดันการลงนามในข้อตกลงการค้าข้าวกับอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์และบราซิล พยายามฟื้นฟูการเจรจาเอฟทีเอกับกลุ่ม GCC และบังกลาเทศ และข้อตกลงการค้าที่ให้สิทธิพิเศษกับปากีสถาน เป็นต้น ผลักดันโครงการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางกับจีนและเอเชียกลาง ส่งเสริมการลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตกับศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศนครโฮจิมินห์ เป็นต้น.









