นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ถือว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐเป็นความสัมพันธ์พิเศษ ทั้งสองประเทศได้ผ่านความปวดร้าวของสงครามในอดีตเพื่อร่วมมือและผลักดันความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านให้นับวันพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เวียดนามมีความประสงค์ว่า สหรัฐจะสนับสนุนและร่วมมือกับเวียดนามในด้านที่เป็นจุดแข็งของสหรัฐและเวียดนามมีศักยภาพและมีความต้องการ เช่น การรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 การปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล การสร้างความหลากหลายให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน การรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น
ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ได้เผยว่า ตนรักประเทศและคนเวียดนาม สหรัฐ ในฐานะàป็นประเทศพัฒนาชั้นนำของโลกมีความประสงค์ที่จะร่วมมือสนับสนุนประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนาในด้านต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 และการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
สำหรับปัญหาระดับภูมิภาคและโลกที่ต่างให้ความสนใจ ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ได้เห็นพ้องกับนายกรัฐมนตรีเวียดนามเกี่ยวกับการให้ความเคารพต่อเอกราช อธิปไตย การบูรณะภาพแห่งดินแดนและกลไกการเมืองของประเทศต่างๆ ไม่ใช้อาวุธ แก้ไขการพิพาทด้วยสันติวิธี ตามกฎหมายสากล กฎบัตรสหประชาชาติ ค้ำประกันเสรีภาพในการบินและการเดินเรือที่สอดคล้องกับอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982









