ในเวลาที่ผ่านมา การที่จีนปรับปรุงและก่อสร้างเกาะเทียมและผลักดันปฏิบัติการทางทหารบนเกาะได้ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคมีความตึงเครียดมากขึ้น ในสภาวการณ์ดังกล่าว คำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่๑๒กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีส่วนร่วมชี้แจงพื้นฐานทางนิตินัยและกิจกรรมทางทะเลของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น บรรดานักวิชาการได้เผยว่า จะมีโอกาสมากมายเพื่อแก้ไขปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออกที่ยังคั่งค้างอยู่และเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ความร่วมมือ นาย เหงวียนกวี๊บิ่ง อดีตเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำสหประชาชาติได้เผยว่า “ทะเลตะวันออกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินเรือทางทะเลและการบินระหว่างประเทศ ถ้าหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาการพิพาทในเขตทะเลนี้ได้ ก็จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภูมิภาค รวมทั้ง จีน ต้องทำการเจรจาพหุภาคี ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศริมฝั่งทะเลเท่านั้น หากยังต่อประเทศมหาอำนาจอีกด้วย”
ส่วนศาสตราจารย์เจิ่นกงจุก อดีตหัวหน้าคณะกรรมการชายแดนของรัฐบาลได้ย้ำว่า ข้อกำหนดของกฎหมายสากลเกี่ยวกับทะเลตะวันออก รวมทั้ง อนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี๑๙๘๒เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้.