บรรดาศิลปินในสโมสรยังศึกษาและพยายามฟื้นฟูท่ารำโบราณของชนเผ่าไทในจังหวัดเซินลาที่ริเริ่มจากงานเทศกาลพื้นเมืองต่างๆ |
นับตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งสโมสร “อนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมชนเผ่าไท” ควบคู่กับการฝึกซ้อมและแสดงการระบำรำฟ้อนที่เป็นศิลปะร่วมสมัยแล้ว บรรดาศิลปินในสโมสรยังศึกษาและพยายามฟื้นฟูท่ารำโบราณของชนเผ่าไทในจังหวัดเซินลาที่ริเริ่มจากงานเทศกาลพื้นเมืองต่างๆเช่น งานแรกนาขวัญ งานเซ่นไหว้เริ่มฤดูทำการเกษตรรอบใหม่เทศกาลขอพรให้บ้านเมืองสงบสุขต้นปีใหม่ การเก็บเกี่ยวได้ผล ชาวบ้านแข็งแรงปลอดโรคภัยไข้เจ็บ โดยหลังพิธีกรรมต่างๆก็เป็นการเปิดกิจกรรมรื่นเริงให้ทุกคนได้ร่วมสนุกร่วมร้องรำทำเพลงและที่ขาดมิได้คือการฟ้อน “xoè” คุณหล่อถิเติม สมาชิกสโมสรเผยว่า“ตอนเป็นเด็กก็เห็นปู่ย่าตายายและพ่อแม่เราฟ้อนรำรอบไหเหล้า ตั้งเสาตุงแขวนนกแขวนสัตว์หรือของต่างๆ เราเรียนฟ้อน“xoè”จากคุณยายคุณแม่แล้วฟื้นฟูท่ารำโบราณ คนในหมู่บ้านต่างชื่นชอบและร่วมกันฝึกเพื่อสอนให้ลูกหลานสืบสานต่อไป”
ปัจจุบันสโมสร"อนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมชนเผ่าไท" ได้เปิดชั้นเรียนเขียนอักษรไทในหมู่บ้าน |
การสอนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่รู้จักทำนองเพลงพื้นเมืองชนเผ่าไทก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์ผ่านการแสดงและศิลปินอาวุโสรุ่นต่างๆ ศิลปิน Lo Thi Ban หัวหน้าสโมสรได้พยายามปลูกฝังความรักดนตรีพื้นเมืองให้กับเยาวชน ช่วยให้หนุ่มสาวเผ่าไทไม่เพียงแต่รู้จักและสามารถแสดงเพลงสมัยใหม่ได้เท่านั้นหากยังสามารถแสดงเพลงพื้นบ้านของเผ่าไทได้อีกหลายบทด้วย ปัจจุบันมีเด็ก 2 คนที่เป็นสมาชิกของสโมสรกำลังเรียนที่วิทยาลัยศิลปะจังหวัดเซินลา ศิลปิน Lo Thi Ban เผยว่า“การขับร้องเพลงพื้นเมืองไทมีหลายรูปแบบ การขับร้องเพลงพื้นบ้านโบราณต้องมีเครื่องดนตรีประกอบที่เหมาะสม เช่นการร้องเพลงรัก “long tong” จะมีปี่ tam lay เป็นเครื่องดนตรีประกอบ ปัจจุบันก็มีการร้องเพลงที่ใช้ดนตรีประกอบหลายชนิด ดิฉันสอนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งส่งเสริมให้สตรีสูงอายุในครอบครัวสนใจฝึกร้องเพลงและฟ้อนเพื่อที่จะเป็นอีกช่องทางในการสอนลูก ๆ หลาน ๆ ในครอบครัวของพวกเขาได้รู้จักต่อไป”
ปัจจุบันสโมสร"อนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมชนเผ่าไท" ได้เปิดชั้นเรียนเขียนอักษรไทในหมู่บ้าน ซึ่งดึงดูดนักเรียน 35 คน คุณ หล่อซวนเฮือง หัวหน้าสโมสรอนุรักษ์วัฒนธรรมหมู่บ้านฮิน กล่าวว่า “จนถึงปัจจุบัน ชั้นเรียนภาษาเขียนยังคงจัดการเรียนต่อไปเพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถอ่านและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน พวกเขาอยากศึกษาต่อเกี่ยวกับเครื่องดนตรีพื้นเมืองเราจะเชิญผู้ที่มีประสบการณ์มาสอนคนรุ่นใหม่เพื่อให้ลูกหลานได้ปฏิบัติตามประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่าตน”









