(VOVworld)-ตั้งแต่นับพันปีก่อนในเขตเตยเงวียนได้ปรากฎเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีที่เป็นเอกลักษณ์เรียกว่าระนาดหินหรือตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า กองลู่ เป็นเครื่องดนตรีที่สะท้อนความในใจของชาวเตยเงวียน เป็นการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ กับภูผาและป่าเขา สะท้อนลีลาชีวิตที่มีทั้งความทุกข์ความสุขของชาวเตยเงวียน
(VOVworld)-ตั้งแต่นับพันปีก่อนในเขตเตยเงวียนได้ปรากฎเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีที่เป็นเอกลักษณ์เรียกว่าระนาดหินหรือตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า กองลู่ เป็นเครื่องดนตรีที่สะท้อนความในใจของชาวเตยเงวียน เป็นการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ กับภูผาและป่าเขา สะท้อนลีลาชีวิตที่มีทั้งความทุกข์ความสุขของชาวเตยเงวียน
![]() ชาวเมอนงได้ตั้งชื่อระนาดหินว่า กองลู่
|
ระนาดหินชุดแรกถูกค้นพบในชุมชนชาวเมอนงที่อ.ดั๊ก เรอ เลิบ จ.ดั๊กนงเมื่อปี1993 ซึ่งตามเรื่องเล่าขานจากชาวบ้านนั้น มีชาวบ้านคนหนึ่งที่ไปจับปลาในลำธารแล้วเจอแท่นหิน3แท่นที่เมื่อใช้มือเคาะก็เกิดเสียงที่ไพเราะจับใจ ต่อมาก็มีการศึกษาวิจัยจนสามารถระบุได้ว่าแท่นหินเหล่านี้เป็นชิ้นส่วนของระนาดหินในยุคหินโบราณที่มีอายุประมาณเกือบ3พันปี โดยมนุษย์โบราณได้ใช้หินที่มีอยู่รอบตัวมาทำเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะเร้าใจเหมือนเสียงเพรียกจากป่าเขาลำเนาไพรแห่งเตยเงวียน นาย เหงวียนเติม นักวิจัยเกี่ยวกับระนาดหินของเตยเงวียนได้เผยว่า“แท่นหินเหล่านี้ให้เสียงที่แปลกๆเนื่องจากอยู่ใต้น้ำมานาน ถูกน้ำกัดเซาะส่วนผิวภายนอกจนเหลือแต่ส่วนหินด้านใน ที่แข็งเมื่อลองตีก็มีเสียงก้องและใสเหมือนเสียงระฆังกังวาน นี่คือวัสดุที่ใช้ทำระนาดหิน เมื่อมีการบรรเลงก็เหมือนนำผู้คนผสมผสานเข้ากับธรรมชาติ”
จากความสามารถในด้านดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ในการศึกษา ชาวเมอนงก็ได้คิดค้นจัดทำระนาดหินชุดต่างๆเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างกลมกลืนและการพิชิตธรรมชาติของมนุษย์ โดยแท่นหินที่ใช้ทำเป็นระนาดหินนั้นมักจะเป็นหินควอร์ตไซต์ แปรสภาพมาจากหินทรายหรือหินกรวด ลักษณะของเนื้อหินมีความแน่นและแข็ง โดยแท่นหินเหล่านี้ถูกแกะสลักอย่างละเอียดตามลักษณะสั้นยาว บางหนาที่ไม่เท่ากันเพื่อสามารถให้โทนเสียงที่แตกต่างกัน
![]() ระนาดหินโบราณอายุหลายพันปีที่จังหวัดดั๊กนง
|
กาลเวลาผ่านไปนับพันปี แม้จะมีการพัฒนาและประยุกต์ใช้เครื่องดนตรีใหม่เช่น กลองและฆ้อง แต่ชาวเตยเงวียนรวมทั้งชาวเมอนงยังคงอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะการบรรเลงระนาดหินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนไว้อย่างต่อเนื่อง โดยเสียงระนาดนั้นเสมือนเสียงกระซิบจากธรรมชาติและจากหัวใจของชาวบ้านที่ปรารถนาให้ชีวิตมีแต่ความสงบสุข./.









