
ราชวงศ์เหงวียนตั้งแต่ปีค.ศ.๑๘๐๒-๑๙๔๕ แต่ก่อนหน้านั้น ๒๐๐ ปี คือตั้งแต่ปีค.ศ.๑๕๕๘ พระเจ้าเหงวียนองค์แล้วองค์เล่าเช่น พระเจ้าเหงวียนหว่าง เหงวียนฟุกเงวียน เหงวียนฟุกจูและเหงวียนฟุก

เมื่อพระมหากษัตริย์มินห์เหม่งขึ้นครองราชฯ ซึ่งเป็นพระองค์ที่สองของราชวงศ์เหงวียน ท่านได้มีการเคลื่อนไหวต่างๆมากขึ้นเพื่อยืนยันอธิปไตยของเวียดนามเหนือหมู่เกาะสองแห่งดังกล่าว พระองค์ทรงสั่งให้หน่วยราชการไปหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลเพื่อทำการสำรวจ รังวัดและปักหลักพรมแดน ร.ศ.ดร.เหงวียนกงเหวียด รักษาการหัวหน้าสถาบันศึกษาวิจัยภาษาฮั่นนมเปิดเผยว่า “ หนังสือChau Banหรือหนังสือราชการระบุชัดว่า หลักพรมแดนสูง ๕เมตรและกว้าง ๒๐ เซนติเมตร การปักหลักพรมแดนเพื่อยืนยันอธิปไตยของเวียดนามเหนือหมู่เกาะดังกล่าว การสำรวจและรังวัดเพื่อเขียนแผนที่และจัดตั้งหน่วยงานปกครองระดับท้องถิ่นและส่งชาวบ้านไปทำการประมง ทั้งนี้แสดงให้เห็นการมองการณ์ไกลของราชวงศ์ศักดินาที่พัฒนารุ่งเรือง สมัยที่กษัตริ์ยมินห์เหม่งปกครองประเทศ ประเทศเวียดนามได้รับการขยายพื้นที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าราชวงศ์ใด้ทั้งสิ้น ”
ในหนังสือชุดChau Ban trieu Nguyen หรือหนังสือราชการชุดของราชวงศ์เหงวียนมีหนังสือราชการกว่า ๑๐ ฉบับของราชวงศ์มินห์เหม่งที่ระบุถึงการเคลื่อนไหวเพื่อยืนยันอธิปไตย โดยหนังสือราชการแผ่นหนึ่งที่กษัตริย์มินห์เหม่งได้ลงพระปรมาภิไธยระบุว่า ปีค.ศ.๑๘๓๐ เรือของฝรั่งเศสวิ่งผ่านพื้นที่ทะเลหว่างซาหรือพาราเซลและเกยตื้น และพระองค์มินห์เหม่งทรงสั่งให้ผู้ดูแลปากน้ำดานังทำการกู้ภัยและกู้ชีพจึงสามารถช่วยชีวิตและนำทรัพย์สินบนเรือกลับท่าเรืออย่างปลอดภัย ศ.ดร.เหงวียนกวางหงอกย้ำว่า “ ทั้งนี้แสดงถึงความรับผิดชอบของพระองค์ในฐานะผู้กุมบังเหียนปกครองประเทศในการปฏิบัติอำนาจอธิปไตยของตนเหนือทะเลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของท่าน”
นอกจากทรงสั่งปฏิบัติกิจกรรมกู้ภัย ช่วยชีวิตผู้ประสบภัย รังวัดและเขียนแผนที่ตลอดจนการรังวัดเส้นทางการเดินเรือด้วยพระองค์เองแล้ว กษัตริย์มินห์เหม่งยังทรงลงพระปรมาภิไธยกิจกรรมด้านจิตวิญญาณบนหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซล ศ.ดร.เหงวียนกวางหงอกเปิดเผยต่อไปว่า “ ชาวบ้านที่โน่นประสบความยากลำบากและอันตรายมาก ท่านจึงทรงสั่งให้ตั้งศาลเจ้าเพื่อบูชาดวงวิญญาญของผู้ที่เสียชีวิต แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นการปลูกต้นไม้ท่านก็ให้ความดูแลด้วยการสั่งให้ปลูกต้นไม้เป็นสัญญาณให้เรือที่วิ่งผ่านจะมองเห็นจากไกลและสามารถหลีกเลี่ยงการถูกเกยตื้นได้ ท่านยังสั่งให้สร้างป้ายยืนยันอธิปไตย โดยสั่งให้คณะเอาแผ่นป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่ระบุเกี่ยวกับข้อกำหนดของพระองค์นำไปยังหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซล ”

เมื่อกษัตริย์เถี่ยวจี่ขึ้นครองราชฯ ท่านยังจัดกิจกรรมต่างๆบนหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลอันเป็นการยืนยันอธิปไตย ท่านได้สั่งส่งกองเรือไปยังหมู่เกาะแห่งนี้ มาสมัยที่กษัตริย์ตื่อดึ๊กปกครองประเทศแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากแต่ท่านก็ยังคงปฏิบัติอำนาจอธิปไตยของตนเหนือพื้นที่ทะเลหว่างซาหรือพาราเซลและเจื่องซาหรือสเปรสลี่ย์ศ.ดร.เหงวียนกวางหงอกย้ำว่า “ ปีค.ศ.๑๘๖๙ เรือจีนที่เดินทางจากฟูเจี้ยนไปยังสิงคโปร์ถูกเกยตื้นที่หว่างซา กษัตริย์ตื่อดึ๊กได้สั่งให้กระทรวงโยธาธิการทำการกู้ภัยและช่วยชีวิตคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตใจแห่งความเมตตาและความรับผิดชอบสูงของพระองค์ในการรักษาความปลอดภัยให้แก่พาหณะของต่างประเทศที่กำลังแล่นอยู่ในเขตทะเลที่อยู่ในอำนาจอธิปไตยของเวียดนาม ”
กษัตริย์ของราชวงศ์เหงวียนองค์แล้วองค์เล่าได้ทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ไว้ให้แก่คนรุ่นหลังนั่นคือ อำนาจอธิปไตยเหนือน่านน้ำทะเล ดินแดนและประเทศเวียดนามเป็นผืนดินยาวจากเหนือจรดใต้จากจังหวัดเหนือสุดห่ายางลงไปถึงจุดใต้สุดคือแหลมก่าเมา อีกทั้งเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้แก่คนรุ่นหลังดั่งพวกเราให้เรียนรู้และสืบทอดตราบนานเท่านาน ./.









