![]() |
| นายกฯเวียดนามได้กล่าวปราศรัยเปิดการประชุม |
จากหัวข้อ “สร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพ ความร่วมมือและความรุ่งเรืองของเอเซียแปซีฟิก” นายกฯเวียดนามได้ยืนยันว่า ภูมิภาคเอเซียแปซีฟิกกำลังพัฒนาอย่างคล่องตัวโดยมี3เศรษฐกิจใหญ่และเศรษฐกิจที่เพิ่งโดดเด่นอีกหลายประเทศดังนั้นการให้ความร่วมมือและการเชื่อมโยงกันในหลายระดับและหลายด้านนับวันยิ่งกลายเป็นแนวโน้มหลัก แต่ถึงอย่างไรก็ดีจากภาพรวมของทั้งภูมิภาคในเวลาที่ผ่านมาได้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามและความท้าทายที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นต่อสันติภาพและความมั่นคง นายกฯได้ย้ำว่า การแข่งขันและการแทรกแซงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการร่วมมือและพัฒนา แต่ถ้าหากสิ่งนี้ได้รับการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่เสมอภาค ขัดกับกฎหมายสากลและขาดความโปร่งใสแล้วก็ไม่อาจสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันซ้ำอาจจะนำไปสู่ความแตกแยก ความระแวงสงสัยและการกีดกันที่จะส่งผลเสียต่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ตกเข้าสู่ภาวะไร้เสถียรภาพ โดยเฉพาะเกิดการปะทะทางทหารแล้วก็จะไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ ดังนั้นต้องร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจทางยุทธศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ร่วมของทั้งภูมิภาค เพื่อสร้างความไว้วางใจแห่งยุทธศาสตร์ ทุกฝ่ายต้องให้ความเคารพกฎหมายสากล เชิดชูความรับผิดชอบของประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในระเบียบความร่วมมือด้านความมั่นคงพหุภาคี ในยุคปัจจุบัน กฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายสากลและหลักการณ์ มาตรฐานต่างๆในการปฏิบัติต่อกันได้กลายเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการเคารพของมนุษยชาติ นี่คือปัจจัยชี้ขาดเพื่อสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ ไม่ว่าประเทศใดแม้จะเล็กหรือใหญ่ก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่เสมอภาคกัน ให้ความเคารพกันและต้องมีความเชื่อมั่นต่อกัน
|
| การสนทนาแชงกรีล่าครั้งที่๑๒ได้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ |
เกี่ยวกับบทบาทของภูมิภาคอาเซียนที่สามัคคีเป็นเอกฉันท์และมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในระเบียบความร่วมมือพหุภาคี ท่านเหงวียนเตินหยุงชี้ว่า อาเซียนจะมีความเข้มแข็งมั่นคงพร้อมการส่งเสริมบทบาทสถานะในภูมิภาคได้ก็ต่อเมื่อพัฒนาเป็นกลุ่มที่เอกภาพและสามัคคี มิฉะนั้นอาเซียนจะสูญเสียชื่อเสียงและสิ่งนี้จะไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทั้งอาเซียนและประเทศหุ้นส่วน เราต้องการอาเซียนที่สามัคคีและเข้มแข็งมั่นคง ร่วมมือกับทุกประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างสันติภาพและนำความรุ่งเรืองมาสู่ภูมิภาค หากมิใช่การพัฒนาอาเซียนที่ประเทศสมาชิกต้องเลือกเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของประเทศตนในความสัมพันธ์กับประเทศใหญ่ๆ ดังนั้นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราคือต้องเพิ่มความไว้วางใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ กระชับความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์แก่กัน ประสานผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศตนกับประเทศอื่นๆทั้งในและนอกภูมิภาค









