ชาวบ้านกำลังสูบน้ำเข้านาเพื่อเตรียมให้แก่ฤดูการทำนาเกลือ |
ในช่วงแรก เขตนี้มีชื่อว่า ซาหว่าง ซึ่งมีความหมายว่า ทรายสีทองเพราะทรายในเขตนี้มีสีเหลือง ซึ่งแตกต่างกับทรายในเขตอื่นที่เป็นสีขาว ผู้สูงอายุในเขตนี้ได้เผยว่า ในราชวงศ์เหงวียนในศตวรรษที่๑๙ ได้เปลี่ยนชื่อซาหว่างเป็นซาหวิ่ญเนื่องจากชื่อ “หว่าง” เหมือนชื่อของกษัตริย์เหงวียนหว่าง ซาหวิ่ญมีสถานะทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญในการปกป้องเขตทะเลและอาชีพทำนาเกลือได้รับการจัดตั้งตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งชาวบ้านได้อนุรักษ์อาชีพดังกล่าวมาตราบเท่าทุกวันนี้
![]() นาเกลือ
|
นาง เหงวียนถิแบ๊ หนึ่งในผู้ที่ประกอบอาชีพทำนาเกลือมานานในหมู่บ้านได้เผยว่า เมื่อก่อนนี้ การจำหน่ายเกลือประสบอุปสรรค จนชาวบ้านต้องเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น โดยผู้ชายประกอบอาชีพการต่อเรือ ออกทะเลจับปลาและเป็นกรรมกรก่อสร้าง ส่วนสตรีประกอบอาชีพขายของให้นักท่องเที่ยว นอกจากอาชีพทำนาเกลือแล้ว ครอบครัวของนาง เหงวียนถิแบ๊ ได้เปิดร้านขายของแห่งหนึ่งเพื่อขายของให้แก่นักท่องเที่ยว “เมื่อก่อนนี้ จะทำนาเกลือในช่วงเดือนอ้ายถึงเดือนกรกฎาคมตามจันทรคติ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ทั้งปี เมื่อก่อนนี้ ครอบครัวของดิฉันมีรายได้๒๐ล้านด่งต่อปี ตอนนี้ นอกจากทำนาเกลือแล้ว ชาวบ้านยังเลี้ยงปลา กุ้งและปูและให้บริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนก็ดีขึ้น”
ในหลายปีที่ผ่านมา จากการช่วยเหลือของรัฐ ชาวบ้านในหมู่บ้านซาหวิ่ญได้ลงทุนนับพันล้านด่งเพื่อปฏิบัติรูปแบบการผลิตใหม่ โดยก่อสร้างทำนบกั้นน้ำเค็มที่มีความยาวเกือบ๗กิโลเมตรและนาเกลือคอนกรีต ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพเกลือของหมู่บ้านซาหวี่ญให้ดีขึ้นและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เกลือของหมู่บ้านซาหวิ่ญถูกใช้สำหรับอุตสาหกรรมการแปรรูปสัตว์น้ำและใช้ในชีวิตประจำวัน ตลาดการจำหน่ายเกลือได้รับการขยายไปยังเขตภาคกลางและเขตเตยเงวียน ปัจจุบัน ซาหวิ่ญเป็น๑ใน๓เขตผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ในหลายปีมานี้ นักท่องเที่ยวได้เริ่มไปเที่ยวทะเลซาหวิ่ญมากขึ้น แม้โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ได้รับการพัฒนาแต่ก็มีร้านอาหารและโรงแรมต่างๆผุดขึ้น จากหมู่บ้านชาวประมงที่ยากจน แต่ปัจจุบันนี้ หมู่บ้านซาหวิ่ญได้รับการพัฒนา นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่จะไม่เพียงแต่ได้พักผ่อนบนชายหาดที่สวยงามเท่านั้น หากยังได้เที่ยวนาเกลือและสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมทั้ง ลิ้มลองอาหารทะเลของที่นี่อีกด้วย.









