ในตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ห้องเอนกประสงค์ของสถานกงสุลใหญ่อินโดนีเซีย ณ นครโฮจิมินห์ได้กลายเป็นสถานที่คุ้นเคยของนักศึกษาที่รักภาษาและวัฒนธรรมอินโดนีเซีย ทุกๆวันอังคารและวันพฤหัสบดี บรรดานักศึกษาที่มาจากคณะอินโดนีเซียศึกษา มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์นครโฮจิมินห์จะพากันมาที่นี่เพื่อเรียนการฟ้อนรำพื้นเมืองของอินโดนีเซีย นักศึกษา 8 คนที่หน้าตาร่าเริงในชุดบาติกสีชมพูและสีเหลืองแบบดั้งเดิมของจังหวัดอาเจะฮ์ สวมหมวกสีดำเหมือนนกตัวเล็กๆที่น่ารักๆ กำลังฝึกรำชุด Tari Selang Gilir ด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความตั้งใจและลีลาท่าทางที่ไม่แพ้สาวๆชวา“ ถึงขณะนี้ พวกหนูเป็นกลุ่มฟ้อนรำที่มาฝึกที่สถานกงสุลใหญ่ฯ นานที่สุดและตอนนี้ก็สามารถรำพื้นบ้านของอินโดนีเซียได้อย่างอ่อนช้อย 8 ท่าแล้ว และกำลังฝึก 3 ท่าเพื่อแสดงในงานพบปะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของอินโดนีเซียที่เมืองหวุงเต่า แม้ว่าพวกหนูจะรำเป็นแล้ว แต่ก็ต้องมาที่นี่ซ้อมอีกเพื่อให้พี่ Ghata ช่วยปรับท่ารำให้ดูสวยงามขึ้น นอกจากนี้พวกหนูยังได้รับการสนับสนุนจากสถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่ว่าชุดเครื่องสำอาง ชุดแสดงและจัดรถรับส่ง ตลอดจนได้มีโอกาสฝึกภาษาอินโดนีเซียด้วย”
|
หน้าตาเหมือนสาวชวา |
ท่ารำ Saman ที่คุณ Ghata กล่าวถึงเป็นท่ารำที่ชนกลุ่มน้อยเผ่า Gayo ในจังหวัดอาเจะฮ์ มักจะใช้แสดงในงานสำคัญๆ รวมทั้งพิธีฉลองวันประสูติของศาสดา Nabi Muhammad นี่คือท่ารำที่แทบจะไม่ใช้ดนตรี นักแสดงจะคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมร่ายรำด้วยจังหวะที่พร้อมกัน ผสานกับการร้องเพลง การเคลื่อนไหวของมือจะค่อยๆเร็วขึ้นๆ และต้องพร้อมกัน ซึ่งต้องฝึกให้ชำนาญ นางสาวเหงียนเฟืองจิง นักศึกษาปีที่สองสาขาวิชาอินโดนีเซียศึกษา มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์นครโฮจิมินห์กล่าวว่า:“ท่ารำ Saman นี้ค่อนข้างยาก ดิฉันฝึกมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เรื่องแรกคือต้องจำเนื้อร้องในเพลง ซึ่งเป็นภาษา Gayo หลังจากนั้นก็ต้องฝึกท่ารำต่างๆ ท่ารำนี้ยกย่องความสามัคคีและความร่วมมือ ดังนั้นต้องฝึกรำให้พร้อมกันเพราะถ้าหากใครรำผิดก็จะทำให้เสียจังหวะ พี่ Ghata มีความอดทนและกระตือรือร้นมากในการสอนให้พวกดิฉันออกเสียงให้ถูกต้องและตรงตามจังหวะ"
|
ฝึกรำในห้อง |









