ชาวบ้านมาร่วมแสดงความยินดีและหารือการช่วยเตรียมงานแต่งงาน (Kim Cương) |
โดยทั่วไปแล้วงานแต่งงานของชนเผ่าจามอิสลามมักจะจัดขึ้นเป็นเวลา3วัน ซึ่งวันแรกเรียกว่างานชุมนุมเครือญาติ-ทำขนมที่ใช้ในงานแต่ง โดยมี3ประเภทคือ ขนม ha bum ขนม tapaikagah ขนม gti kling และข้าวคลุกกะหรี่ วันที่สองเรียกว่าวันขึ้นโต้ะ โดยครอบครัวของทั้งสองฝ่ายชาวหญิงจะจัดพิธีสวดสวดมนต์ในครอบครัวของแต่ละฝ่าย ซึ่จะมีการอ่านบทสวดมนต์ขอพรให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ต่อจากนั้นจะเชิญชาวบ้านมากินเลี้ยงงานแต่งงาน ส่วนวันที่สามเป็นวันที่ "ส่งเจ้าบ่าวไปบ้านเจ้าสาว" โดยครอบครัวเจ้าบ่าวจะจัดขบวนส่งเจ้าบ่าวไปที่บ้านเจ้าสาว
คุณ Ri Xơ Lá ชาวจามอิสลามในจังหวัดอานยางเผยว่า เมื่อไกล้ถึงวันแต่งงาน ทางบ้านเจ้าบ่าวจะนำถาดผลไม้และของใช้ที่จำเป็นในชีวิตสำหรับเจ้าสาว เช่น ผ้าซิ่น ผ้าโพกศีรษะ เข็มเย็บและด้าย เป็นต้น ซึ่งรวมถึงเสื้อผ้าชุดแต่งงานมาให้เจ้าสาวสวมใส่ในงานแต่งงานและซองใส่เงินที่เรียกว่า "ค่าอาหาร" เพื่อใช้สำหรับเตรียมงานเลี้ยง ในสองสามวันต่อมา ถ้าครอบครัวของเจ้าสาวอนุมัติการจัดงานแต่งงานก็จะมีการ "ตอบแทน" ครอบครัวของเจ้าบ่าวด้วยขนมถาดหนึ่ง "ตราบใดที่ครอบครัวเจ้าสาวยอมรับสิ่งของจากครอบครัวเจ้าบ่าว พวกเขาก็เชิญพ่อสื่อแม่สื่อนำเงินทองมาให้ โดยจำนวนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวเจ้าบ่าว ถ้ามีฐานะร่ำรวยก็จะให้มาก ถ้าไม่มีก็ให้น้อย"
ขบวนของครอบครัวเจ้าบ่าวไปที่สุเหร่าเพื่อจัดพิธีแต่งงาน(Kim Cương) |
วันแต่งงานของคู่รักก็เป็นวันที่มีความสุขของคนในหมู่บ้านเพราะเพื่อนบ้านจะมาช่วยเตรียมงานให้แก่ครอบครัวของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเพื่อทำให้งานแต่งงานประสบความสำเร็จ ในพิธีส่งเจ้าบ่าวจะมีคณะผู้แทนครอบครัวเจ้าบ่าวร่วมเดินทางไปบ้านเจ้าสาวด้วย ส่วนผู้ที่ได้รับความนับถือในหมู่บ้านจะถือผ้าและจับมือพาเจ้าบ่าวเข้าไปในบ้านเจ้าสาวท่ามกลางเสียงบรรเลงกลองขลุ่ยอย่างครึกครื้น คุณ ซาทีนา ชาวจามมุสลิม ในจังหวัด อานยางกล่าวว่า"ในวันแต่งงานเจ้าบ่าวจะแต่งตัวสุดหล่อเหมือนเจ้าชายเพื่อไปรับเจ้าสาวที่บ้าน เมื่อก่อนเจ้าบ่าวขี่รถสามล้อ แต่ตอนนี้เจ้าบ่าวนั่งรถยนต์ไป"
หลังงานแต่งเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวจะอยู่ที่บ้านภรรยา3คืน ต่อจากนั้นสองฝ่ายก็มีการปรึกษาหารือกันเพื่อตัดสินใจว่าเจ้าบ่าวจะอยู่ต่อหรือจะพาเจ้าสาวกลับไปบ้านของตน แต่ตามประเพณีดั้งเดิม เจ้าบ่าวจะมาอยู่ที่บ้านเจ้าสาว นาย ฮายีซาลี ชาวบ้านในชุมชนจามมุสลิมในจังหวัดอานยางเผยว่า"ตามกฎของศาสนาอิสลาม เมื่อแบ่งทรัพย์สินของครอบครัว ผู้ชายได้รับ 2 ส่วน และผู้หญิงได้รับ 1 ส่วน ดังนั้นเมื่อแต่งงานผู้ชายจะต้องไปอยู่ที่บ้านภรรยา เลี้ยงดูภรรยาและดูแลพ่อตาแม่ยายเพราะนั่นเป็นความรับผิดชอบของเขา ในวันแต่งงาน ครอบครัวของเจ้าบ่าวจะจัดงานเลี้ยงเชิญเพื่อนบ้านและญาติมิตรแล้วทุกคนก็ร่วมขบวนส่งเจ้าบ่าวไปท่ามกลางเสียงดนตรีที่ร่าเริง"









