( VOV world )- ภาพคุณ เอดีตา รอสซ์โก ชาวโปแลนด์ที่ผมสีเหลืองอมน้ำตาล ดวงตาสีฟ้าและสื่อสารด้วยภาษาเวียดนามสำเนียงเหน่อๆปั่นจักรยนรอบเกาะหลีเซินและพูดคุยกับชาวบ้านเมื่อพบเห็นเป็นภาพที่คุ้นตาของชาวเกาะหลีเซิน เธอทักทายและถามทุกคนที่พบเกี่ยวกับงานประมง ราคาปลาและกุ้ง วัฒนธรรมพื้นบ้านบนเกาะและความหมายของโบราณสถานต่างๆ สำหรับคุณเอดีตา รอสซ์โก วัฒนธรรมพื้นบ้านของเกาะหลีเซินของเวียดนามดึงดูดให้เธอต้องค้นหาให้ได้
ปี ๒๐๐๕ คุณเอดีตา รอสซ์โกเรียนจบหลักสูตร ๔ ปีและกลับยุโรปเพื่อทำงาน แต่ใจเธอยังคิดถึงเวียดนามทุกขณะจิต ดังนั้น เมื่อทำวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต เธอได้เลือกจังหวัดกว่างหง่ายภาคกลางเวียดนามเพื่อทำการวิจัย คุณเอดีตากล่าวว่า “ ดิฉันสงวนเวลาเพื่อเรียนเข้มและอ่านเอกสารเกี่ยวกับภาคกลางเวียดนาม ดิฉันติดต่อกับสถาบันบ๊ากโก๋ของฝรั่งเศสที่มีโครงการวิจัย ณ กว่างหง่ายและพวกเขาชวนดิฉันไปด้วย โครงการของดิฉันวิจัยเกี่ยวกับความเลื่อมใสศรัทธาพื้นบ้าน ดังนั้นดิฉันได้มาอยู่ที่เกาะหลีเซินเป็นเวลา ๑ ปีตั้งแต่ปี ๒๐๐๖-๒๐๐๗เพื่อศึกษาวิจัยวัฒนธรรมซาหวิ่ง ”
คุณเอดีตา รอสซ์โกชื่นชอบวัฒนธรรมและความเลื่อมใสศรัทธาในกว่างหง่ายและเกาะหลีเซิน ซึ่งมีพื้นที่ราว ๑๐ ตารางกิโลเมตรแต่มีโบราณสถานหลายแห่งและได้รับการอนุรักษ์จากชาวเกาะเป็นอย่างดี โดยเฉพาะงานเทศกาลพื้นบ้านเช่น งานเทศกาลคาวเหล่เท้ลิ้งห์หว่างซาหรืองานบวงสรวงเพื่อสำนึกในบุญคุณของทหารที่สละชีพเพื่อปกป้องทะเลหว่างซาและเจื่องซาของเวียดนาม และเทศกาลเซ่นไหว้งือโองหรือปลาวาฬ คุณเอดีตา รอสซ์โกกลับประเทศเพื่อป้องกันวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตและทำงาน แม้มีงานหลายอย่างแต่เธอยังจัดเวลาอ่านหนังสือเกี่ยวกับเวียดนามและเกาะหลีเซินเพราะความรักแผ่นดิน คนและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักณษ์ของเขตทะเลหลีเซิน ปี ๒๐๑๓ คุณเอดีตา รอสซ์โกได้เขียนเค้าโครงศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางทะเลของเวียดนามและได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป ภายหลัง ๗ ปีที่ห่างเหินจากเกาะหลีเซิน เมื่อกลับมา คุณเอดีตา รอสซ์โกก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบนเกาะ คุณเอดีตา กล่าวว่า “ ประเพณีต่างๆได้มีการเปลี่ยนแปลงเช่น สมัยก่อนห้ามสตรีเข้าสถานที่จัดทำพิธี แต่ปัจจุบันไม่ห้ามแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวก็ได้รับอนุญาตเข้า วัฒนธรรมของที่นี่มีการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาดังนั้นมันต้องเปิดกว้าง ดิฉันวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลานั้น ”
แม้ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปมากแต่ชาวเกาะหลีเซินยังใจดีและเป็นกันเอง คุณเอดีตาบอกว่า พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกัน บ้านเรือนอยู่ติดกันจึงเข้าใจกันดี ช่วยเหลือกันและสามัคคีกัน ชาวบ้านมักจะถามดิฉันว่า ทำไมมาอยู่ที่นี่และแต่งงานหรือยัง พวกเขาถามดิฉันบางครั้งบางคราวแต่ดิฉันถามพวกเขามากกว่า
เวียดนามไม่เพียงแต่ดึงดูดใจคุณเอดีตา รอสซ์โกเท่านั้น หากยังดึงดูดใจสามีเธออีกด้วย สามีคุณเอดีตาเป็นนักชาติพันธุ์ชาวเนเธอร์แลนด์ที่ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับชนเผ่าในเตยเงวียนและมรดกวัฒนธรรมของเวียดนามมา ๒๐ ปี พวกเขาเจอกันและตกลงใช้ชีวิตร่วมกันเพราะต่างรักเวียดนาม คุณเอดีตาเล่าว่า
คุณเอดีตา รอสซ์โกหวังว่า คราวหน้าเธอจะกลับมาหลีเซินกับสามีและบุตร เธออยากแนะนำให้กับลูกเกี่ยวกับแผ่นดินที่เธอรัก พาลูกไปเยือนเกาะและลิ้มลองเมนูยำปลาที่ตนโปรดปราน ./.









