ในการเจรจา นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องที่จะดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้บรรลุอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมบทบาทของกลไกความร่วมมือทวิภาคี สร้างพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านยังเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชิดในการรักษาความมั่นคง ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยทางสังคมของแต่ละประเทศในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะต่อไป ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ผลักดันการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การค้าและโลจิสติกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะประสานงานเพื่อจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กรอบ “ปีมิตรภาพเวียดนาม-กัมพูชา 2027” ให้ประสบผลสำเร็จ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต 24 มิถุนายน

หลังการเจรจา นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเอกสารความร่วมมือ 6 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การค้า วัฒนธรรม การศึกษาและการฝึกอบรมในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ร่วมเป็นประธานในการฟอรั่มสถานประกอบการเวียดนาม-กัมพูชาปี 2026 โดยย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้ถึง 2 หมื่น ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ได้เสนอว่า

“รัฐบาลของทั้งสองประเทศจะเดินหน้าทบทวนและปรับลดขั้นตอนการดำเนินงานด้านการลงทุน ที่ดิน การตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากรและการกักกันสินค้าให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น ธำรงกลไกการหารือระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศเป็นประจำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อแก้ไขอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที เน้นพัฒนาระบบถนนไฮเวย์ ทางรถไฟและเส้นทางคมนาคมทางน้ำภายในประเทศ ผลักดันการก่อสร้างถนนไฮเวย์สาย นครโฮจิมินห์–หมกบ่าย–บาเว็ต–พนมเปญ ยกระดับด่านชายแดน ตลาดชายแดนและศูนย์โลจิสติกส์ ปฎิบัติรูปแบบบริการค้าชายแดนแบบ one stop service ณ ด่านชายแดนหลักอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า”

เพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เสนอให้เปลี่ยนจาก “ระเบียงการคมนาคม” ไปสู่ “ระเบียงเศรษฐกิจและการผลิต”

ในช่วงท้ายของฟอรั่มฯ นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบบันทึกความเข้าใจจำนวน 4 ฉบับ

ในบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ได้พบปะหารือกับสมเด็จ ควน ซูดารี ประธานรัฐสภากัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึงและประธานรัฐสภากัมพูชาได้เห็นพ้องที่จะส่งเสริมกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้รัฐสภาของทั้งสองประเทศเพิ่มการประสานงานและสนับสนุนรัฐบาลในการผลักดันความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนเพื่อมีส่วนร่วมในการธำรงรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ยังได้พบปะหารือกับสมเด็จ ฮุน เซน หัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชาและประธานวุฒิสภากัมพูชา.