เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า ด้วยเศรษฐกิจที่มีพลวัตและการเป็นเจ้าของคลองปานามา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงด้านการเดินเรือ การบิน โลจิสติกส์และการเงินที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค ปานามาสามารถร่วมมือกับเวียดนามในการทำหน้าที่เป็นประตูการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับลาตินอเมริกาได้ พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า ทั้งสองประเทศจะยังคงใช้ประโยชน์จากศักยภาพความร่วมมือในด้านการค้า การเกษตร การเดินเรือ การบิน โลจิสติกส์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้พัฒนาไปในแนวทางที่นับวันเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ส่วนประธานาธิบดีปานามา José Raúl Mulino ได้กล่าวขอบคุณเวียดนามที่เป็นประเทศแรกที่ลงนามในพิธีสารว่าด้วยความเป็นกลางอย่างถาวรของคลองปานามาเมื่อปี 1979 พร้อมยืนยันว่า ปานามาถือเวียดนามเป็นหุ้นส่วนสำคัญลำดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และพร้อมทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมโยงเวียดนามกับเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะเพิ่มการดำเนินงานด้านการทูตและกงสุลในแต่ละประเทศ พร้อมตกลงขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การเกษตร โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง โลจิสติกส์ท่าเรือ ธนาคาร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษาและการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์และกรุงปานามาซิตี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสนับสนุนซึ่งกันและกันในการพัฒนาศูนย์การเงินที่เชื่อมโยงกับท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้าทัณฑ์บน

ในค่ำวันเดียวกัน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม และภริยา ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับนาย José Raúl Mulino ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐปานามา และภริยา.