ศาสตราจารย์ ชวี เฉียง เห็นว่า มติเหล่านี้เป็นแนวทางที่มีความเป็นระบบ มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มีความทันสมัยและถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง การกำหนดแนวทางการพัฒนาของเวียดนามหลังการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง ไปจนถึงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ โดยที่น่าสนใจคือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเติบโตตามแนวทางที่ทันสมัย ยกระดับคุณภาพการพัฒนา ควบคู่กับการค้ำประกันให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากผลสำเร็จของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในมติฉบับต่าง ๆ ศาสตราจารย์ ชวี เฉียง แสดงความสนใจเป็นพิเศษต่อมติที่ 57 ว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยถือเป็นการกำหนดแนวทางเชิงพื้นฐานต่อกระบวนการยกระดับรูปแบบการพัฒนาของเวียดนาม
“การพัฒนาของเวียดนามในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงหลังการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 จะไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณการผลิตหรือเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกแต่จะมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพควบคู่ไปกับอัตราการเติบโตและขนาดของเศรษฐกิจ โดยคุณภาพดังกล่าวจะได้รับการเสริมสร้างจากความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ครอบคลุมทั้งปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยี การบินและอวกาศ ระบบคมนาคมที่ทันสมัย โลจิสติกส์ทางรถไฟและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย”
ศาสตราจารย์ ชวี เฉียง แสดงความคิดเห็นว่า การปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่เวียดนามกำหนดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารให้ทันสมัยและการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่กับเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่สมดุลและครอบคลุมต่อการพัฒนาของเวียดนามในอนาคต นี่คือวิธีการเข้าถึงที่ดีและเป็นวิทยาศาสตร์.
บิ๊กถ่วน ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจำประเทศจีน





