VOV WorldVOV World
เยาวชนเวียดนามและภาษาเวียดนามในยุคผสมผสาน
17/06/2013 11:32
(VOVWorld) – ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ คนเวียดนามในอดีตมีคำกล่าวว่า “วาจาเป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ดังนั้นต้องพูดจาให้ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจต่อกัน” ซึ่งเป็นการสอนให้บุตรหลานรู้จักพูดจา ระมัดระวังในการใช้คำพูดและในทุกวันนี้ เนื่องจากการรับวัฒนธรรมด้านอินเตอร์เนตและวัฒนธรรมต่างประเทศ เยาวชนกำลังทำให้ภาษาเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลง
เยาวชนเวียดนามและภาษาเวียดนามในยุคผสมผสาน
VOVWorld) –  ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ คนเวียดนามในอดีตมีคำกล่าวว่า “วาจาเป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ดังนั้นต้องพูดจาให้ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจต่อกัน” ซึ่งเป็นการสอนให้บุตรหลานรู้จักพูดจา ระมัดระวังในการใช้คำพูดและในทุกวันนี้ เนื่องจากการรับวัฒนธรรมด้านอินเตอร์เนตและวัฒนธรรมต่างประเทศ เยาวชนกำลังทำให้ภาษาเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลง ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของมนุษย์(Photo:nguoiduatin.vn) การสนทนาสั้นๆของเด็กกลุ่มนี้ที่มีการใช้คำศัทพ์ใหม่ๆด้วย ปัจจุบันเยาวชนเวียดนามกำลังใช้ศัพท์สแลง ภาษาอังกฤษและภาษาอินเตอร์เนตในคำพูดประจำวันซึ่งเป็นผลมาจากการรับและประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาอินเตอร์เนตในการติดต่อสื่อสาร  ภาษาเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในสังคม ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลา จากความมีไหวพริบและผูกมิตรกันอย่างรวดเร็วของเยาวชนทำให้การพูดคุยมีความใกล้ชิดและความคล่องตัวเป็นอย่างยิ่ง  ความคิดสร้างสรรค์ในการใช้ภาษาช่วยให้ทุกคนกระเถิบเข้าใกล้กันและสร้างความรู้สึกใหม่ๆ คุณเหงวียนมินห์ชาง นักศึกษามหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอยกล่าวว่า“การใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกตำหนิ เมื่อเวลาเจอเพื่อนก็อาจทักทายว่า HiหรือHello และเมื่อลากันอาจพูดว่าby ก็ได้ เพราะถ้าพูดว่า สวัสดีก็รู้สึกว่า ไม่มีความใกล้ชิด”   สำหรับเยาวชนหรือชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศมาหลายปีที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศเป็นหลักทำให้การใช้หลายๆภาษาในประโยคพูดเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คุณเหงวียนถิทูเหี่ยน อาศัยที่สหรัฐมา๑๐ปีเผยว่า“ตอนกลับประเทศใหม่ๆ ดิฉันประสบอุปสรรคในการใช้ภาษาเวียดนาม ดิฉันอยู่ไกลบ้านเกิดหลายปี ดังนั้นจึงไม่ได้อัพเดทศัพท์ใหม่ๆ มีเพื่อนคนหนึ่งชวนดิฉันไปเที่ยวและใช้คำว่าเฝือตซึ่งในตอนแรก ดิฉันไม่เข้าใจ แต่หลังจากนั้นจึงเข้าใจได้ว่า นี่คือการ

More