ประเพณีการแต่งงานของชนชาติกิง
27/04/2013 07:42
(VOVworld)- ในชีวิตจิตใจของชาวเวียด พิธีแต่งงานเป็นงานที่สำคัญที่สุดของทุกคนซึ่งการจัดพิธีจะขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละเขตแต่ละชนเผ่า การแต่งงานก็จะเป็นไปตามเอกลักษณ์ของชนเผ่านั้นๆ ถึงแม้ทุกวันนี้ สังคมได้พัฒนาไปมากแต่ชาวเวียดยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมเอาไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ สำหรับวันนี้ สีสันวัฒนธรรม54ชนเผ่าเวียดนามจะแนะนำเกี่ยวกับพิธีการต่างๆในการแต่งงานของชาวเวียดทั้งในอดีตและปัจจุบัน

(VOVworld)- ในชีวิตจิตใจของชาวเวียด พิธีแต่งงานเป็นงานที่สำคัญที่สุดของทุกคนซึ่งการจัดพิธีจะขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละเขตแต่ละชนเผ่า การแต่งงานก็จะเป็นไปตามเอกลักษณ์ของชนเผ่านั้นๆ ถึงแม้ทุกวันนี้ สังคมได้พัฒนาไปมากแต่ชาวเวียดยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมเอาไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ สำหรับวันนี้ สีสันวัฒนธรรม54ชนเผ่าเวียดนามจะแนะนำเกี่ยวกับพิธีการต่างๆในการแต่งงานของชาวเวียดทั้งในอดีตและปัจจุบัน สินสอดทองหมั้น (kienthuc.com.vn) ตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวเวียดได้ให้ความสำคัญต่องานใหญ่3อย่างที่ต้องทำคือ “ซื้อวัว มีครอบครัวและปลูกเรือน” ซึ่งนับเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิต ดังนั้งการแต่งงานก็จะต้องได้รับการเตรียมพร้อมและจัดขึ้นตามขั้นตอนประเพณีโดยในสมัยก่อนจะมี6พิธีหลักคือพิธีVấn danhคือการพูดคุยทำความรู้จักกับฝ่ายหญิงว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ หน้าตาและบุคลิกภาพเป็นอย่างไร เป็นต้น เพราะในสมัยก่อนการคัดเลือกคู่ครองให้แก่ลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ใหญ่ -พิธีหนาบก๊่ต(Nạp cát)คือการสู่ขอ -พิธีหนาบท้าย(Nạp Thái) คือขั้นตอนต่อไปหลังจากได้หารือและตกลงกันแล้วเรื่องการแต่งงานซึ่งเหมือนวัฒนธรรมของจีนคือ ฝ่ายชายจะนำนกนางแอ่นสองตัวมามอบให้ฝ่ายหญิงเพื่อเป็นการยืนยันคำมั่นเพราะถือว่านกชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียว -พิธีหนาบเตะ(Nạp tệ) ก็คล้ายกับพิธีหนาบท้ายคือนำของขวัญที่มีค่ามามอบให้ฝ่ายหญิงเพื่อแสดงความจริงใจในการที่จะรับลูกสาวของเขามาเป็นสะใภ้ -พิธีถิงกี่ (Thỉnh kỳ) คือพิธีการตกลงกฤษ์แต่งงาน -พิธีงิงเทิน(Nghinh thân) คือพิธีแต่งงานรับเจ้าสาว แต่สมัยนี้เพื่อความสะดวกให้แก่ทั้งสองฝ่ายพิธีการต่างๆก็ถูกรวมเข้ากันให้เหลือเพียง3พิธีใหญ่คือ การทาบทามสู่ขอ งานหมั้น และงานแต่งงาน นางหวูทิแทงเติม นักวิจัยวัฒนธรรมเวียดนามแห่งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เวียดนามเผยว่า ในพิธีทาบทามสู่ขอผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจะหารือกันเพื่อทำความเข้าใจและตัดสินใจเรื่องการจัดงานแต่งงานให้แก่คู่หนุ่มสาว สิ่งของที่ฝ่ายชายจะนำมามอบเป็นของขวัญในวันนั้นอย่างแรกคือต้องมีขันหมากเล็กๆนอกนั้นก็แล้วแต่อาจจะมีถาดขนมนมเนยหรือผลไม้ด้วยและก็ไม่มีการกำหนดเวลาว่าจากวันสู่ขอถึงวันจัดงานหมั้นต้องห่างกันเท่าไหร่เพราะต้องขึ้นอยู่กับดวงชะตาของคู่บ่าวสาวด้วย โดยการดูฤกษ์แต่งงานก็ต้องเอาวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของฝ่ายหญิงมาคำนวณดวงชะตาตามแบบโหราศาสตร์และจะไม่แต่งงานในปีที่เป็นปีชงหรืออยู่ในเกณฑ์ปีกิมเลา(Kim Lâu)ที่มีเลข1-3-6-8 ขบวนขันหมาก หลังพิธีทาบทามสู่ขอก็ถึงงานหมั้น โดยสินสอดทองหมั้นต้องเตรียมพร้อมตามความต้องการของฝ่ายหญิงซึ่งมักจะมีหมากพลู ชา เหล้า ขนมที่มีชื่อความหมายมงคลคือขนมฟูเท ขนมข้าวเม่า ผลไม้ เป็นต้น โดยจะขึ้นอยู่กับประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ ส่วนขบวนแห่ขันหมากนั้นก็โดยพ่อแม่และผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นญาติมิตรและเพื่อนฝูงติดตาม ผู้ถือขันหมากของฝ่ายชายต้องเป็นหนุ่มหน้าตาดีที่ยังโสดส่วนผู้รับขันหมากของฝ่ายหญิงต้องเป็นสาวๆที่ยังไม่แต่งงาน และส่วนใหญ่เรื่องที่พูดคุยกันในวันหมั้นคือตกลงเรื่องฤกษ์งามยามดีเพื่อรับเจ้าสาว จุดธูปเทียนเพื่อรายงานต่อบรรพบุรุษและแนะนำตัวว่าที่คู่บ่าวสาวให้แก่ญาติมิตรของทั้งสองฝ่าย นางหวูทิแทงเติม นักวิจัยวัฒนธรรมเวียดนามแห่งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เวียดนามเผยว่า
Related








