การขับเสภาบทกวีมหากาพย์คือวัฒนธรรมพื้นเมืองที่โดดเด่นแขนงหนึ่งของเตยเงวียน
03/10/2012 10:17
( VOVworld ) - เขตที่ราบสูงเตยเงวียนทางภาคกลางตอนบนของประเทศเวียดนามที่มีป่าทึบอันกว้างใหญ่และเป็นที่อาศัยของชนกลุ่มน้อยเผ่าM’nong เอเด บานาและยาราย ซึ่งผืนดินแห่งนี้ยังคงแฝงไว้สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลองมโหระทึกดึกดำบรรพ์ ฆ้อง เทศกาลแทงกระบือและนั่งล้อมวงดื่มเหล้าอุ แต่วัฒนธรรมที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่คือ การขับเสภาบทกวีมหากาพย์เตยเงวียน

( VOVworld ) - เขตที่ราบสูงเตยเงวียนทางภาคกลางตอนบนของประเทศเวียดนามที่มีป่าทึบอันกว้างใหญ่และเป็นที่อาศัยของชนกลุ่มน้อยเผ่าM’nong เอเด บานาและยาราย ซึ่งผืนดินแห่งนี้ยังคงแฝงไว้สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลองมโหระทึกดึกดำบรรพ์ ฆ้อง เทศกาลแทงกระบือและนั่งล้อมวงดื่มเหล้าอุ แต่วัฒนธรรมที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่คือ การขับเสภาบทกวีมหากาพย์เตยเงวียน ขับเสภาบทกวีมหกาพย์เตยเงวียนให้ชาวบ้านฟัง ( เวินแอง ) วรรณคดีของโลกได้ปรากฎบทกวีมหากาพย์ที่เป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของยุคสมัยเช่น มหากาพย์อีเลียดและโอดีสซีย์ของกรีก มหากาพย์มหาภารตะและรามายนาของอินเดีย และก่อนหน้านี้ประมาณ ๗๐ ปี นักวิชาการชาวฝรั่งเศสบางท่านได้ค้นพบบทกวีมหากาพย์ดามซานของชนเผ่าเอเดที่ราบสูงเตยเงวียน ต่อมาก็ได้ค้นพบมหากาพย์อีกหลายบทของชนเผ่าอื่นๆที่เตยเงวียนเช่น ชนเผ่าบานา ยารายและM’nong ไม่ว่าจะเป็นบทกวีมหากาพย์ คิงยู ยัมนอย ซิงชีออน ซีง เจอ เญียฟ หรือมหากาพย์ “ ฤดูทำไร่ทำนาบอน ตีอัง ” และ “ เสาตุงวิเศษ ” ซึ่งล้วนเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์การก่อเกิดและพัฒนาของสังคมชนเผ่าต่างๆในเตยเงวียน โดยกล่าวถึงการกำเนิดของฟ้าดิน มนุษย์และเทพตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าต่างๆในเตยเงวียนไม่ว่าจะเป็นประเพณีแต่งงาน อาหารการกิน ชุดแต่งกายประจำชนเผ่าและดนตรี ซึ่งได้สร้างภาพสังคมของชนเผ่าต่างๆในเตยเงวียนอย่างสมบูรณ์ มหากาพย์เหล่านี้มักจะเล่าเรื่องวีรกรรมของวีรชนที่ได้ปกป้องให้ชาวบ้านคลาดแคล้วจากภัยพิบัติและภูตผีปีศาจต่างๆนาๆ การขับเสภาบทกวีมหากาพย์มักจะจัดขึ้นในงานสำคัญๆหรืองานเทศกาลของหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะนั่งล้อมวงรอบกองไฟฟังศิลปินรุ่นเดอะเล่าเรื่องประวัติของระบอบมาตาธิปไตยหรือความในใจและชีวิตประจำวัน โดยศิลปินที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้านจะร้องว่า บุตรชายและบุตรสาวเอยที่อยู่ใกล้และไกลจงมาที่นี่ฟังคุณย่าคุณยายและคุณแม่เล่าเรื่องรักของคู่รัก ซึ่งผู้นั่งฟังต้องตั้งสมาธิและผู้เล่าอาจจะนั่งหรือนอนเล่าเรื่องยาวหลายคืนหรือหลายวัน นั่งล้อมวงรอบกองไฟฟังขับบทกวีมหากาพย์เตยเงวียน ( เวินแอง ) บทกวีมหากาพย์เตยเงวียนได้รับการสืบทอดมาตราบเท่าทุกวันนี้จากการเล่าต่อกันฟังรุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาเล่าหลายคืนหรือบางครั้งประมาณ ๔ – ๕ วัน โดยคนขับบทกวีได้ใส่อารมณ์ความรู้สึกและจังหวะที่แตกต่างกันเพื่อสร้างทำนองที่หลากหลาย ซึ่งมีทั้งการเล่า ร้อง สนทนาพร้อมกับทำท่าต่างๆ พวกเขาก็เป็นคนแต่งบทกวีและกำกับบริบทต่างๆและสามารถเลียนแบบเสียงผู้ชายผู้หญิง ปีศาจและเทพเจ้าได้ ดังนั้น ศิลปินเหล่านี้ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ นาย อีเวิน นักสะสมบทกวีมหากาพย์ได้กล่าวถึงบทกวีมหากาพย์ดามซานของชนเผ่าเอเดเผยว่า “
Related


.jpg)
.jpg)




