VOV WorldVOV World
การส่งเสริมคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมหว่างแถ่งทังลอง
29/08/2012 12:43
( VOVworld ) - ทางการนครหลวงฮานอยได้ประกาศแผนผังเขตโบราณสถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหว่างแถ่งทังลองเลขที่ ๑๘ ถนน หว่างเหยียวเพื่อก่อสร้างเป็นสวนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กลางแจ้ง เพื่อให้ชาวเวียดนามและชาวต่างประเทศได้มีโอกาสเยี่ยมชมและศึกษาคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ของเวียดนามที่ได้รับการรับรองจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก
การส่งเสริมคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมหว่างแถ่งทังลอง
    ( VOVworld ) - ทางการนครหลวงฮานอยได้ประกาศแผนผังเขตโบราณสถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหว่างแถ่งทังลองเลขที่ ๑๘ ถนน หว่างเหยียวเพื่อก่อสร้างเป็นสวนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กลางแจ้ง เพื่อให้ชาวเวียดนามและชาวต่างประเทศได้มีโอกาสเยี่ยมชมและศึกษาคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ของเวียดนามที่ได้รับการรับรองจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก เขตโบราณสถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหว่างแถ่งทังลอง เขตโบราณสถานหว่างแถ่งทังลองได้รับการรับรองเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกก่อนหน้านี้ ๒ ปี เขตโบราณสถานหว่างแถ่งทังลองมีคุณค่าอันโดดเด่นหลายด้านเนื่องจากเป็นจุดรวมของวัฒนธรรม ศิลปะการแกะสลักและสถาปัตยกรรม เทคนิกการก่อสร้าง การวางผังเมืองและศิลปะการสร้างภูมิทัศน์เฉพาะในตัวมาหลายศตวรรษที่หาที่อื่นไม่ได้  ร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างและโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่สะท้อนโฉมหน้าของเขตหว่างแถ่งหรือเขตพระราชวังชั้นใน รวมไปถึงชีวิตในพระราชวังไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ ขุนนางหรือข้าราชการบริภารในระยะต่างๆทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเปรียบเสมือนหนังสือประวัติศาสตร์แห่งอารยะธรรมนับพันปีชุดหนึ่งของประเทศ  หว่างแถ่งทังลองเป็นศูนย์กลางใหญ่ทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดของประเทศ  คุณค่าที่โดดเด่นของเขตโบราณสถานหว่างแถ่งทังลองมี ๓ ประเด็นได้แก่ ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ยาวนาน ความต่อเนื่องของโบราณสถานที่เป็นศูนย์อำนาจและประเด็นสุดท้ายคือ โบราณสถานชั้นต่างๆกับวัตถุโบราณที่หลากหลาย  การที่เมื่อเร็วๆนี้ นายกฯได้ลงนามอนุมัติแผนผังพื้นที่เขตโบราณสถานหว่างแถ่งทังลองหรือกรุงฮานอยในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้  นายฝ่ามกาวฟอง เลขาธิการคณะกรรมการองค์การยูเนสโกประจำเวียดนามเผยว่า “