VOV WorldVOV World
ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านเวียดนามในการผสมผสานเข้ากับโลก
20/11/2013 10:00
(VOVworld)-ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านเวียดนามแสดงออกในทางปฏิบัติและจิตใจเช่น มนุษย์สัมพันธ์ อัธยาศัยและใจรักตอประเพณีวัฒนธรรมของครอบครัวไม่ว่าจะเป็นการให้ความเคารพต่อผู้สูงอายุและครูอาจารย์ การใฝ่การศึกษาหาความรู้ ความรักต่ออาชีพพื้นบ้าน มารยาทในการประกอบธุรกิจและความรับผิดชอบต่อมรดกของคนรุ่นก่อน แม้ชีวิตสมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านยังได้รับการสืบสานรุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงสร้างพลังชีวิตทางวัฒนธรรมที่อมตะของชาติ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านเวียดนามในการผสมผสานเข้ากับโลก
( VOVworld )- ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านเวียดนามแสดงออกในทางปฏิบัติและจิตใจเช่น มนุษย์สัมพันธ์ อัธยาศัยและใจรักตอประเพณีวัฒนธรรมของครอบครัวไม่ว่าจะเป็นการให้ความเคารพต่อผู้สูงอายุและครูอาจารย์ การใฝ่การศึกษาหาความรู้ ความรักต่ออาชีพพื้นบ้าน มารยาทในการประกอบธุรกิจและความรับผิดชอบต่อมรดกของคนรุ่นก่อน  แม้ชีวิตสมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านยังได้รับการสืบสานรุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงสร้างพลังชีวิตทางวัฒนธรรมที่อมตะของชาติ คุณยายกับหลานในโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิด วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนเวียดนามคือ ทุกคนอาศัยอยู่รวมกัน โดยทุกคนอยู่รวมกันเป็นชุมชนในระดับครอบครัวหลายรุ่น เป็นครอบครัวขยายที่มีหลายรุ่นอาศัยอยู่รวมกันคือ รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูกและรุ่นหลาน ดังนั้นขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละครอบครัวมีความสำคัญยิ่งในการรักษาความสุข  ตั้งแต่สมัยโบราณชาวเวียดนามมักปฏิบัติตามคำขวัญที่ว่า แต่ละบ้านจะต้องมีขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเอง ซึ่งหมายความว่า ทุกคนในครอบครัวต้องให้ความเคารพคนแก่เฒ่และรักเด็กๆและเด็กๆต้องรับฟังคำพูดหรือคำสั่งสอนของผู้ใหญ่  หากเห็นว่ามีข้อใดยังต้องปรับปรุงจะค่อยๆเสนอความคิดเห็นเพื่อหารือกันสู่ความเห็นด้วย  ทั้งนี้ได้นำมาซึ่งความสุขให้แก่ครอบครัวเวียดนามตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวบ้านเวียดนามคือ การสำนึกในบุญคุณของบรรพบุรุษและพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า  คุณเซืองถิ่เหิ่ว พำนักที่เขตฮายบ่าจึง กรุงฮานอย มีพี่น้อง ๗ คน แม้บัดนี้เธอได้เป็นคุณยายแล้ว แต่เธอกับสามีและลูกหลานก็ยังกลับบ้านเกิดเยี่ยมพ่อและแม่ทุกวันอาทิตย์หรืองานวันสำคัญๆ  ส่วนคุณลุงเซืองตื่อเกื่อง พ่อของคุณเหิ่วที่กำลังอาศัยที่อำเภอเถื่องติ๊นชานกรุงฮานอยเล่าว่า  “