VOV WorldVOV World
พัฒนาการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์มรดกกำแพงหินของราชวงศ์โห่
23/01/2013 12:00
( VOVworld )-กำแพงหินของราชวงศ์โห่ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกได้กลายเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ อย่างไรก็ดี ปัญหาที่ผู้ทำงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดแทงฮั้วต้องครุ่นคิดอยู่เสมอคือ การพัฒนาการท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์กำแพงหินของราชวงศ์โห่ให้อยู่ตราบนานเท่านาน
พัฒนาการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์มรดกกำแพงหินของราชวงศ์โห่
( VOVworld )-กำแพงหินของราชวงศ์โห่ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกได้กลายเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ  อย่างไรก็ดี ปัญหาที่ผู้ทำงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดแทงฮั้วต้องครุ่นคิดอยู่เสมอคือ การพัฒนาการท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์กำแพงหินของราชวงศ์โห่ให้อยู่ตราบนานเท่านาน ประตูืทิศเหนือกำแพงหินของราชวงศ์โห่ กำแพงหินของราชวงศ์โห่ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอหวิงห์หลก จังหวัดแทงฮ้วา ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองแทงฮ้วาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๕๐ กม.โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างเมื่อคศ.๑๓๙๗ โดยกษัตริย์โห่กวิ้วลี  และถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำมะและแม่น้ำเหบือยที่สวยงามแบบธรรมชาติ   สถาปัตยกรรมกำแพงหินของราชวงศ์โห่สะท้อนเทคนิกการก่อสร้างที่ละเอียดและประณีต การวางผังเมืองที่อัจฉริยะของคนเวียดก่อนหน้านี้ ๖ ศตวรรษ  โดยหินขนาดใหญ่และหนักนับสิบตันถูกตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วยกขึ้นสูงถึง ๑๐ เมตรและเรียงติดกันอย่างสนิทให้เป็นกำแพงและซุ้มประตูด้วยมือของชาวบ้านสมัยนั้น ทั้งนี้ได้สร้างความทึ่งให้แก่นักวิชาการและนักโบราณคดีชาวเวียดนามและชาวต่างประเทศ  ในการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางประวัติศาสตร์มรดกกำแพงหินของราชวงศ์โห่ มีความคิดเห็นต่างๆว่า ต้องอนุรักษ์กำแพงหินของราชวงศ์โห่แบบดั้งเดิมไว้ให้ได้ เพราะเป็นหลักการที่ได้ระบุในกฎหมายมรดกและข้อกำหนดขององค์การยูเนสโก  นายโห่กวางเซิน กรรมการสมาคมมรดกวัฒนธรรมเวียดนามและนายกสมาคมมรดกวัฒนธรรมเวียดนามสาขาแทงฮ้วาเผยว่า  ทางจังหวัดจะจัดแสดงสิ่งของวัตถุโบราเกี่ยวกับกำแพงหินของราชวงศ์โห่ที่ได้ขุดพบและสะสมได้ เพื่อบริการผู้มาเยี่ยมชม นายเซินกล่าวว่า “