![]() การเข้าทรงมี 36 ชุดที่เป็นตัวแทนให้แก่เทพเจ้าองค์ต่างๆ
|
ตามข้อมูลการวิจัย ความเลื่อมใสในการบูชาเจ้าแม่ของชาวเวียดนามนั้นบูชาเทพธิดา 3 องค์คือ องค์ที่ดูแลสวรรค์ องค์ที่ดูแลป่าไม้และองค์ที่ดูแลแม่น้ำลำธาร นอกจากนี้ยังมีการเชิดชูบูชาเทพเจ้าที่เป็นวีรสตรีและวีรบุรุษในประวัติศาตร์หรือในตำนานที่มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมือง ความเลื่อมใสในการบูชาเจ้าแม่ของเวียดนามคือการผสมผสานระหว่างความเลื่อมใสบูชาของชาวท้องถิ่นกับศาสนาที่มาจากประเทศอื่นๆ เช่น พุทธศาสนาและลัทธิเต๋า โดยบรรดาเทพเจ้าที่บูชานั้นไม่เพียงแต่เป็นเทพของชนชาติกิงเท่านั้น หากยังมีเทพของชนกลุ่มน้อยด้วย เช่น เหมื่อง ไต หนุ่งและเย้า ซึ่งสะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันและความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชาติในเวียดนาม ศ.โงดึ๊กถิงเผยว่า “ต้นกำเนิดของความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่เริ่มขึ้นในเขตที่ราบลุ่มภาคเหนือ โดยเฉพาะปรากฎที่จังหวัดนามดิ๋ง แทงฮว้าและนิงบิ่งห์ ซึ่งเทพเจ้าคือเจ้าแม่เหลียวแหงได้ลงมาที่พื้นดินสามครั้งในท้องถิ่นแห่งนี้ ต่อจากนั้น ประชาชนได้ก่อสร้างวิหารเพื่อบูชาเจ้าแม่เหลียวแหงในท้องถิ่น เช่น วิหารใหญ่และวิหารเลิ๊บที่จังหวัดนามดิ๋ง”
ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ของชาวเวียดนามสอนให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรมและเมตตาธรรม
|
ตามความเชื่อของชาวเวียดนาม ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาติ เช่น แดดจัด น้ำท่วม ความแห้งแล้งหรืออุดมสมบูรณ์ พืชและสัตว์ที่เติบโตหรือตายก็อยู่ภายใต้อำนาจของเจ้าแม่ที่เป็นเทพธิดาทั้งหลาย ถ้าหากได้รับการปกป้องจากเจ้าแม่ ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์จะดีขึ้น นี่คือคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของความเลื่อมใสในการบูชาเจ้าแม่ของชาวเวียดนาม นายเหงียนเตี๊ยนหยุง นักวิจัยวัฒนธรรมความเลื่อมใสเผยว่า “ถ้าหากได้ชมพิธีการเข้าทรงเราก็สามารถรู้เห็นคุณค่าด้านศิลปะในหลากหลายรูปแบบทั้งการเต้นรำ การร้องเพลง การจัดดอกไม้ ศิลปะการป้องกันตัว ประติมากรรม การพับกระดาษ อาหารและการแต่งกาย ความเลื่อมใสนี้เป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณของชาวเวียดนาม ซึ่งช่วยให้ทุกคนทำดี มีน้ำใจและอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ประชาชนมั่งคั่งและประเทศสงบสุข”.









