|
| เวียดนามพัฒนาแหล่งบุคลากรด้านเทคโนโยลี่การสื่อสาร (Internet) |
ในหลายปีมานี้ แหล่งเงินทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ที่ไหลเข้าเวียดนามส่วนใหญ่เน้นในด้านที่ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูง ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยี่การสื่อสาร โดยมีบริษัทลงทุนรายใหญ่ที่มาจากญี่ปุ่น เช่น Sanyo Matsushita Sony Toshiba Panasonic เป็นต้น ซึ่งได้มีการสร้างโรงงานผลิตที่ใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัยและสงวนเงินทุนเพื่อขยายการลงทุนและประกอบธุรกิจ รองลงมาคือแหล่งเงินทุน FDI จากบริษัทแถบยุโรป เช่น Intel IBMของสหรัฐ Cap Gemini และ Accenture ของฝรั่งเศส ซึ่งได้มีแผนการประกอบธุรกิจและแสวงหาโอกาสลงทุนในศูนย์วิจัยและพัฒนาในเวียดนาม ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะประสบความยากลำบากแต่เงินทุน FDI ก็ยังคงไหลเข้าเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น กองทุน IDG Ventures Rebate Networks และ Runet Global ยังคงลงทุนในด้านเทคโนโลยี่การสื่อสารของเวียดนามถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐ นาย Lam Nguyen Hai Long รองผู้อำนวยการบริษัทพัฒนาซอฟแวร์ Quang Trung สาขานครโฮจิมินห์ให้ข้อสังเกตุว่า “นับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน พวกเราได้เห็นกระแสการลงทุนใหม่ในด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยเฉพาะในบริษัทของเรา มีการลงทุนจากญี่ปุ่นและอเมริกา ปัญหาอยู่ที่เราต้องพัฒนาศักยภาพของบริษัทเพื่อสามารถใช้เงินทุนดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องเน้นพัฒนาแหล่งบุคลากรด้วย”
หลังเหตุการณ์สึนามิเมื่อเดือนมีนาคมปี 2011 บริษัทต่างๆของญี่ปุ่นก็ได้ย้ายฐานการลงทุนไปยังต่างประเทศแทนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งหลายบริษัทได้เลือกเวียดนามเป็นสถานที่ลงทุนเนื่องจากมีค่าแรงต่ำ มีนโยบายที่ให้สิทธิพิเศษต่อนักลงทุนต่างชาติและไม่ค่อยมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ นาย Nguyen Kim Cuong จากเครือบริษัท CMC ประจำนครโฮจิมินห์เผยว่า “ ใน 10 ปีที่ผ่านมา เวียดนามยังคงเป็นแหล่งจัดสรรค์บุคลากรให้แก่ญี่ปุ่นและทั้งสองประเทศได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นมีความต้องการย้ายฐานการลงทุนไปยังต่างประเทศ พวกเขาได้เลือกเวียดนาม”
|
| อินเทลเปิดตัวโรงงานตรวจสอบชิปในเวียดนาม (Internet) |
ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารของเวียดนามในเวลาข้างหน้ายังคงเน้นการพัฒนาแหล่งบุคลากรในด้านนี้ โดยเฉพาะแหล่งบุคลากรฝีมือดี นาย Nguyen Trong Duong อธิบดีกรมเทคโนโลยี่การสื่อสารสังกัดกระทรวงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เวียดนามเผยว่า ใน 10 ปีมานี้ จำนวนนักศึกษาที่เลือกเรียนวิชาเทคโนโลยี่ในมหาวิทยาลัยต่างๆได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เวียดนามมีบุคลากรด้านนี้กว่า 2 แสน 5 หมื่นคน ซึ่งมีทักษะความสามารถอย่างเพียงพอเพื่อเข้าทำงานในบริษัทซอฟแวร์ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐและญี่ปุ่น ส่วนบรรดาผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจยังเห็นว่า แนวโน้มในปี 2012 คือการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์มือถือและอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟแวร์ของเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า เทคโนโลยี่การสื่อสารจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเนื่องจากมีตลาดวัยรุ่นรองรับและมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเวียดนามจึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับกระแสใหม่ในการลงทุนดังกล่าว./.









