
จากใจรักและอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของชนเผ่าเขมร ในหลายปีที่ผ่านมาคุณลุงแถก กา รี นอได้ส่งเสริมให้ลูกๆสืบสานอาชีพของตนเอง โดยลูกชายทั้ง ๔ คนมี ๒ คนสืบสานอาชีพของคุณลุงแถกคือ ผลิตเครื่องดนตรี หัวโขนและหุ่นคน ส่วนอีกสองคนประกอบอาชีพผลิตลวดลาย ประติมากรรมนูนต่ำและพระพุทธรูปให้แก่วัดเขมร นายแถก อาค กา รา บุตรชายคนที่ ๓ ของคุณลุง แถก กา รี นอเล่าว่า “ ผมสืบทอดอาชีพของพ่อ ปัจจุบันวัดวาอารามและสิ่งปลูกสร้างทางวัฒนธรรมมีความต้องการ สินค้าที่ผมผลิตแม้รายได้พอใช้จ่ายเท่านั้น แต่ผมชอบและหลงไหลอาชีพนี้จึงตั้งใจทำเต็มที่ ผมจะสอนอาชีพนี้ให้แก่ลูกและหลานต่อไป ”

ครอบครัวของคุณลุงแถก กา รี นอได้เปิดสอนอาชีพนี้ให้แก่วัยรุ่นชนเผ่าเขมรในพื้นที่เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมพื้นบ้านของชนเผ่าตน คุณลุงแถก กา รี นอเล่าว่า ปัจจุบันมีศิลปะพื้นบ้านบางแขนงถูกหลงลืมเช่น ละครรำแยะรอม( Yeak Rom ) ที่ตัวละครหลายตัวไม่มีโอกาสปรากฎบนเวที แต่ตัวละคนหนุมานและทศกัณฐ์ที่เป็นตัวแทนของฝ่ายดีและฝ่ายชั่วยังมีโอกาสแสดงบนเวทีตามหมู่บ้านที่มีชนเผ่าเขมรอาศัยอยู่ ตามหมู่บ้านตำบลของชนเผ่าเขมรต่างมีคณะระบำทศกัณฐ์และแนะต่า ส่วนตามวัดต่างๆจะมีวงดนตรีเพนทาโทนิกและทีมกลองแขกยกตัวอย่างเช่น ในจังหวัดจ่าวินห์มีวัดเขมร ๑๔๒ แห่งโดยมีวัดถึง ๑๒๕ แห่งมีวงดนตรีเพนทาโทนิกและทีมกลองแขก โดยไม่รวมถึงคณะที่จัดตั้งเอง คุณลุงแถก กา รี นอ เปิดเผยว่า “ ประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมาหมวก หัวโขนและเครื่องดนตรีได้รับความนิยมไม่เพียงแต่ในจังหวัดจ่าวินห์เท่านั้น หากยังในจังหวัดอื่นๆที่มีชนเผ่าเขมรอาศัยอยู่ด้วย โดยพวกเขามาหาซื้อ พวกเขามาสั่งซื้อเพราะรักและอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน ส่วนรัฐบาลนั้นได้มีนโยบายสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ชนเผ่าอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เช่น วงเงินซื้อเครื่องดนตรี กลองแขกและเชิญอาจารย์มาสอน ”
สำนักงานวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดจ่าวินห์ได้เปิดการสอนอาชีพโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียนให้แก่หนุ่มสาวชนเผ่าเขมรโดยคุณลุงแถก กา รี นอเป็นอาจารย์เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาอาชีพพื้นบ้าน อาจารย์แถก กา รี นอได้สอนศิลปะพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ให้แก่คนรุ่นใหม่ อันเป็นการอนุรักษ์คุณค่าและพัฒนาวัฒนธรรมพื้นบ้านของชนเผ่าเขมรภาคใต้เวียดนามให้อยู่นานเท่านาน .









