|
| วัดล้าง-วัดโบราณแห่งหนึ่งในกรุงฮานอย |
|
| พระพุทธรูปประดิษฐานในวัดล้าง |
วัดล้างยังคงอนุรักษ์ร่องรอยแห่งความเป็นโบราณของราชธานีทังลอง ซึ่งในสมัยนั้น วัดล้างยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อคือ เด่เญิ้ตุ่งเลิมหรือป่าต้นสนสวยที่สุดไม่มีสอง สิ่งที่โดดเด่นของวัดล้างอยู่ตรงที่สถาปัตยกรรม โดยสองข้างซุ้มประตูเข้าวัดได้ตบแต่งด้วยคำกลอนคู่ที่ทำจากเศษเซรามิกสีเขียวต่างๆจากอ่อนถึงเข้มช่วยเติมแต่งความเป็นโบราณและความสวยงามให้กับวัดล้าง ตรงกลางลานวัดมีศาลา ๘ เหลี่ยมเป็นที่วางวอของเทพเจ้าในคืนวันก่อนเปิดงานเทศกาล ภายในบริเวณวัดยังมีศาลาวัด พระอุโบสถ และปราสาท ที่ใช้บูชาเทพเจ้าและพระพุทธ แต่ที่สนใจคือ รูปปั้นของกษัตริย์หลีเถิ่นตงและพระฝ่ายสมาธิตื่อด่าวแหง ซึ่งมีเรื่องเล่าสู่กันมาว่า รูปปั้นเทพเจ้าตื่อด่าวแหงทำจากหวายและน้ำยางจากต้นรักแล้วผสมกับอัฐิธาตุของท่าน โดยหวายทำโครงรูปปั้น ส่วนวัตถุที่ใช้ปั้นนั้นเป็นน้ำยางจากต้นรักผสมกับอัฐิธาตุ ผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี รูปปั้นของเทพเจ้าตื่อด่าวแหงยังคงประดิษฐานอย่างสง่าในโบถส์ ซึ่งเราจะได้ชมเฉพาะในเทศกาลต่างๆที่ผู้สูงอายุจะเปิดโบถส์เพื่อเปลี่ยนเสื้อเท่านั้น
ความเงียบสงบและความเป็นโบราณของวัดล้างทำให้ผู้มานมัสการหรือมาเที่ยวชมได้ปล่อยภวังค์ ให้อยู่กับเสียงสวดมนต์และเสียงเคาะเกราะไม้ ทำให้เราตั้งสมาธิในบรรยากาศที่บริสุทธิ์ นายฟานหว่างเซืองผู้ที่เข้าวัดนี้เป็นประจำเผยว่า “ ผมเห็นว่า วัดล้างเป็นวัดโบราณแห่งหนึ่งของเวียดนาม บรรยากาศธรรมชาติที่บริสุทธิ์ทำให้เรามีสมาธิ เรามาที่นี่ไม่เพียงแต่อธิษฐานขอสิ่งที่ดีงามให้แก่ตนเองและครอบครัวเท่านั้น หากยังทำให้จิตใจเราโปร่งใส ความโบราณของวัดก็เป็นการเพิ่มอารมย์ความรู้สึกที่ดีๆให้แก่คนเราด้วย ”
|
| งานเทศกาลทางพุทธศาสนาที่วัดล้าง |
มีกลอนคำหนึ่งที่ชื่นชมวัดล้างว่า วันที่ ๗ เดือน ๓ เราเข้ามานมัสการวัดล้างแล้วกลับมาวัดเถ่ย ซึ่งตามนิยายปรำปรา วันที่ ๗ เดือน ๓ เป็นวันประสูตของเทพเจ้าตื่อด่าวแห่ง ดังนั้นเมื่อถึงวันนั้น ชาวบ้านจะจัดงานเทศกาลที่มีการเข้าร่วมของชาวบ้านหมู่บ้านต่างๆริมแม่น้ำโตหลิก นับเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมตามประเพณี ซึ่งวัดล้างและเทศกาลหมู่บ้านล้างได้เติมแต่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมพื้นเมืองของราชธานีทังลองในอดีตและกรุงฮานอยในปัจจุบัน ./.









