VOV WorldVOV World
การสร้างคลังสำรองปิโตรเลียม แห่งชาติเป็นก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์
28/04/2026 02:00
[VOVWORLD] - ในสภาวการณ์ที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนอย่างซับซ้อน โดยเฉพาะท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การค้ำประกันแหล่งจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ทำให้ความต้องการในการสร้างคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติเป็นก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนาม
การสร้างคลังสำรองปิโตรเลียม แห่งชาติเป็นก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์
6-12.4-kinh_te-anh_1.jpg โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบเป็นอย่างมาก  ปัจจุบัน เวียดนามสามารถผลิตน้ำมันเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศได้เพียงร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือต้องนำเข้า ในขณะเดียวกัน เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบภายในประเทศลดลง ทำให้เวียดนามต้องนำเข้าน้ำมันดิบ นาย เลมิง สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ของสมาพันธ์พลังงานเวียดนามแสดงความเห็นว่า “สิ่งที่ชัดเจนคือ เรากำลังพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ปัจจุบัน ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลงเชิงพาณิชย์ตามข้อกำหนดสำหรับสถานประกอบการสำคัญ ๆ คือ 20 วัน ในขณะที่สถานประกอบการจำหน่ายคือ 5 วัน สถานการณ์ที่เป็นจริงนี้ทำให้สถานประกอบการต่าง ๆ ประสบอุปสรรคในการรับมือความผันผวนของตลาดน้ำมันโลก ดังนั้น เราจึงต้องการคลังเก็บ ซึ่งหมายความว่า นอกจากน้ำมันดิบแล้ว เรายังต้องการคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำหรับการจำหน่ายด้วย” ถ้าหากการปะทะในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไป ปัญหาในการจัดหาน้ำมันดิบเพื่อป้อนให้แก่โรงกลั่นน้ำมันงีเซินและปริมาณน้ำมันที่กลั่นแล้วก็จะดำเนินต่อไป 6-12.4-kinh_te-anh_2.jpg นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง เสนอให้เร่งก่อสร้างคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ในงีเซิน จังหวัดแทงฮว้า ดังนั้น การสร้างคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนและเป็นก้าวเดินสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้าง “กันชนความปลอดภัย” สำหรับเศรษฐกิจเวียดนาม เพราะเมื่อตลาดโลกผันผวน รัฐสามารถเป็นฝ่ายรุกในการปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา ลดผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้งห์  ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ก่อสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติในงีเซิน จังหวัดแทงฮว้า โดยย้ำว่า ต้องเร่งก่อสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศให้มีความสมบูรณ์เท่านั้น หากยังช่วยลดแรงกดดันต่อระบบจำหน่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นของตลาดอีกด้วย  และเพื่อให้แนวนโยบายนี้เกิดประสิทธิผล นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ขนาดของปริมาณสำรองน้ำมันต้องใกล้เคียงมาตรฐานสากลที่สุด กลไกการบริหารจัดการต้องโปร่งใส ยืดหยุ่น และปริมาณน้ำมันสำรองที่มีต้องใช้ได้จริงเมื่อมีเหตุนำเป็น สิ่งที่สำคัญคือ จำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายของแหล่งจัดสรรน้ำมันและผสานปริมาณสำรองของรัฐกับปริมาณสำรองของภาคเอกชนเพื่อประสิทธิภาพในการสำรอง 6-12.4-kinh_te-anh_3.jpg โรงกลั่นน้ำมันงีเซินในจังหวัดแทงฮว้า (NSRP) ในระยะยาว การสร้างคลังสำรองน้ำมันแห่งชาติจำเป็นต้องถูกระบุในยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เมื่อเวียดนามส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล บทบาทของคลังสำรองน้ำมันจะได้รับการปรับเปลี่ยน แต่สิ่งนี้ไม่ได้ลดความสำคัญลงในช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน การเร่งใช้น้ำมัน E10 ของเวียดนามในเดือนเมษายนนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนอีกต่อไป หากได้เข้าสู่ระยะการดำเนินการจริงแล้ว นาย เหงวียนซิงเหญิตเติน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมยืนยันว่า “การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในโลก สำหรับเวียดนาม นี่ไม่เพียงแต่เป็นมาตรการที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น หากยังเป็นแนวทางสำคัญในการค้ำประกันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพิ่มความหลากหลายของแหล่งเชื้อเพลิง และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย” ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การลงทุนก่อสร้างคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งชาติคือการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคต เป็นพื้นฐานสำหรับกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น การสร้างคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งชาติจะช่วยเสริมสร้างการพึ่งตนเองและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ ในโลกที่มีความผันผวนอย่างซับซ้อน ประเทศที่พึ่งตนเองด้านพลังงานได้จะมีความได้เปรียบมากขึ้นในการค้ำประกันความมั่นคงของการพัฒนาและดึงดูดการลงทุน.
TAG
VOV/VOVWORLD/คลังสำรองปิโตรเลียมแห่งชาติ ก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์ พลังงาน