เพื่อเร่งดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐในด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ทุกปี เวียดนามจำเป็นต้องมีแหล่งเงินทุนเพิ่มอีกประมาณ 7 หมื่น - 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน นครโฮจิมินห์กำลังดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ 8 โครงการ และสถานประกอบการก็มีความต้องการเงินทุนเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องการระดมทุนผ่านศูนย์การเงินระหว่างประเทศเวียดนามในนครโฮจิมินห์ เนื่องจากสถานประกอบการส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังคงต้องพึ่งการกู้ยืมเงินจากธนาคาร นาย เหงียนหงอกหว่า ประธานสมาพันธ์สถานประกอบการนครโฮจิมินห์เผยว่า VIFC นครโฮจิมินห์จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์เพื่อช่วยให้สถานประกอบการสามารถระดมเงินทุนจากภายนอกได้ ซึ่งจะช่วยให้สถานประกอบการขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการผลิตและการดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ สถานประกอบการหลายแห่งในนครโฮจิมินห์จึงคาดหวังว่า VIFC นครโฮจิมินห์จะกลายเป็นช่องทางระดมเงินทุนที่มีประสิทธิภาพสำหรับภาคธุรกิจ
“เราควรมีกฎระเบียบที่ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมด้านไหน รวมถึงขนาดและขีดความสามารถในระดับใดที่จะได้รับอนุญาตให้ระดมเงินทุนได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ เราจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสร้างความสมดุลในการประสานงานระหว่างการควบคุมของรัฐ กับการเปิดโอกาสให้สถานประกอบการสามารถระดมทุนได้”
ในมุมมองของนักลงทุน นาย ลิวจ่องอานห่า ผู้อำนวยการบริษัท Lotus Investment Group ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มนักลงทุนร่วมทุนใน VIFC แสดงความเห็นว่า เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน VIFC นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและกรอบกฎหมายให้มีความสมบูรณ์แล้ว จำเป็นต้องมีกลไกควบคุมความเสี่ยงที่โปร่งใสตามแนวปฏิบัติสากล สำหรับโครงการขนาดใหญ่ นักลงทุนมีความประสงค์ที่จะเห็นการร่วมทุนจากภาครัฐในสัดส่วนที่เหมาะสม นาย ลิวจ่องอานห่า เสนอว่า
“หากเราเปรียบเทียบเศรษฐกิจที่มีสถานประกอบการต่างประเทศและสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเหมือนเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เราก็จะมองเห็นได้ง่ายขึ้นว่า เวียดนามกำลังต้องการและขาดอะไร แพลตฟอร์มนี้ต้องการสินค้าจำนวนมากและต้องมีกลไกที่ปกป้องทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นั่นคือปัญหาหลักที่เราต้องแก้ไขเพื่อให้ VIFC สามารถระดมเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ"
รองศาสตราจารย์ ดร. เหงียนหิวฮวน รองประธานสำนักงานบริหารศูนย์ VIFC นครโฮจิมินห์เผยว่า เพื่อตอบสนองความต้องการเงินทุนมหาศาลของระบบเศรษฐกิจ ทางศูนย์ฯ ได้จัดทำแผนพัฒนาตลาดทุนภายในศูนย์ฯ เพื่อจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในอนาคตจะยกระดับขึ้นเป็นตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ โดยตลาดแห่งนี้จะทำหน้าที่ระดมทุนให้แก่สถานประกอบการทั้งภายในประเทศและภูมิภาค ปัจจุบัน ทางศูนย์ฯ ได้ลงนามบันทึกช่วยจำเพื่อความร่วมมือหรือ MOU กับ Nasdaq ประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เพื่อร่วมกันจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว ตามรายงานของ VIFC ขณะนี้ การเตรียมความพร้อมในทุกด้านสำหรับการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี เงินทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ล้วนมีความพร้อมแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการรออนุมัติจากรัฐบาล นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ จะจัดตั้งตลาดระดมทุนสำหรับสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รองศาสตราจารย์ ดร. เหงียนหิวฮวน รองประธานสำนักงานบริหารศูนย์ VIFC นครโฮจิมินห์กล่าวว่า
“ในเวลาที่จะถึง เราจะจัดตั้งแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) หรือแพลตฟอร์มการระดมทุนจากมวลชน เพื่อระดมทุนให้แก่สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพ แม้ว่าแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิงจะมีขนาดเล็กกว่าตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่มีจำนวนสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนมาก ทั้งนี้ มติที่ 323 ของรัฐบาลว่าด้วยนโยบายการเงินในศูนย์การเงินระหว่างประเทศในเวียดนามยังช่วยให้สถานประกอบการขนาดเล็กและสตาร์ทอัพสามารถระดมทุนได้สูงสุดถึง 700,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี”
ในการประชุมกับกระทรวง หน่วยงานและผู้บริหารของนครโฮจิมินห์และนครดานังเกี่ยวกับการก่อสร้าง การบริหารจัดการและการพัฒนาศูนย์การเงินระหว่างประเทศในเวียดนามเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้สั่งให้กระทรวงการคลังและธนาคารชาติเวียดนามเร่งจัดทำกฎระเบียบการดำเนินงานของ VIFC ณ นครโฮจิมินห์และดานังให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนปี 2026 พร้อมทั้ง กำชับให้กระทรวงการคลังจัดทำกลไกสำคัญที่เป็นก้าวกระโดดและมีความเข้มแข็งพอเพื่อเอื้อให้เครื่องมือทางการเงินสามารถหมุนเวียนและปรับปรุงผลิตภัณฑ์หลักให้มีความสมบูรณ์เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยศูนย์การเงินทั้งสองแห่งนี้จะดำเนินงานตามรูปแบบสภาบริหาร ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดึงดูดกระแสเงินทุนระหว่างประเทศและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ย้ำว่า
“ก่อนอื่น ความสามารถและความต้องการในการระดมเงินทุนของเมือง 2 แห่งนี้เป็นอย่างไร จากนั้น ต้องเสนอให้แก่กระทรวงการคลังและธนาคารชาติเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ที่ผูกพันกับกิจกรรมทางการค้าและการลงทุน เช่น เครื่องมือทางการเงินเพื่อระดมทุนระยะกลางและระยะยาว เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน โดยพันธบัตรรัฐบาลมีความผูกพันกับโครงการที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากปัจจุบัน เมืองทั้ง 2 แห่งนี้ต่างมีโครงการสำคัญๆ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ท่าเรือทะเล สนามบินและพลังงาน”
ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากมองเห็นจุดเด่นและศักยภาพของเศรษฐกิจเวียดนาม นั่นคือประชากรในวัยหนุ่มสาวจำนวนมากที่มีความคล่องตัว และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงมีความประสงค์ที่จะเข้ามาลงทุนใน VIFC เพื่อให้ VIFC นครโฮจิมินห์กลายเป็นช่องทางดึงดูดแหล่งเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ บรรดานักลงทุนต่างมีความประสงค์ว่า จะมีข้อกำหนดที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลไกควบคุมความเสี่ยงที่มีความโปร่งใสสำหรับนักลงทุนหลักสากล./.








