ปัญญาประดิษฐ์ หรือที่รู้จักกันคือ เอไอ ข้อมูลขนาดใหญ่หรือเรียกสั้นๆว่า บิ๊กดาต้า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และระบบอัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการฝึกอบรมและการวิจัยทางทหารและที่สำคัญกว่านั้น เทคโนโลยีได้กลายเป็น "ภาษากลาง" ในเวทีความมั่นคงระหว่างประเทศ เปิดสภาพแวดล้อมแห่งความร่วมมือใหม่ให้เวียดนามและหุ้นส่วนสามารถสร้างความไว้วางใจและตอบสนองต่อการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงใหม่
วันที่ 10 ตุลาคม คือวันเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแห่งชาติเวียดนาม ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานในหลายสาขา รวมถึงด้านการป้องกันประเทศ โดยปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ บิ๊กดาต้า เทคโนโลยีการจำลอง ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและการฝึกอบรมเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องทางความร่วมมือใหม่ระหว่างเวียดนามและประเทศอื่นๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างความไว้วางใจและเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงใหม่ และยังกลายเป็นหัวข้อสำคัญในเวทีการหารือและความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันประเทศ
ในการสนทนา Shangri-La 2026 ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่สิงคโปร์ เวียดนามได้ย้ำถึงความปรารถนาที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง พร้อมทั้งย้ำถึงบทบาทของทรัพยากรมนุษย์ในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีผลกระทบอย่างมากต่อความมั่นคงและเสถียรภาพ
ในเดือนพฤษภาคม 2026 เวียดนามและอินเดียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัมในสาขาการป้องกันประเทศ เดือนสิงหาคม 2026 กิจกรรมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างเวียดนามและสหรัฐได้ขยายกว้างขึ้นด้วยข้อตกลงร่วมมือฉบับใหม่เกี่ยวกับการจัดการกับผลกระทบจากสงคราม รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล ซึ่งนาย ฮุง เกา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารเรือสหรัฐกล่าวว่า"เราจะยังคงร่วมมือกับเวียดนามต่อไปเพื่อเยียวยาบาดแผลจากสงคราม เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้ไปเยือนฮาวาย ซึ่งมีห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ทันสมัย เรากำลังทำงานร่วมกับเวียดนามเพื่อเร่งกระบวนการระบุตัวตนโดยใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ตัวอย่างที่ละเอียดมากขึ้น"
เทคโนโลยียังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการด้านการป้องกันประเทศของเวียดนามกับประชาคมระหว่างประเทศ โดยในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศและอวกาศ SAHA 2026 ที่จัดขึ้นในตุรกีเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท Viettel High Tech ได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ไฮเทคกว่า 70 รายการ ซึ่งมีทั้งเรดาร์ โดรน ระบบต่อต้านโดรน ไปจนถึงระบบต่อต้านอิเล็กทรอนิกส์ เครือข่าย 5G สำหรับการใช้งานทางทหารโดยเฉพาะ เป็นต้น ซึ่งได้ดึงดูดความสนใจจากหุ้นส่วนหลายประเทศ โอกาสนี้บริษัท Viettel High Tech ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมมือกับ Karel Electronics บริษัทเทคโนโลยีการป้องกันประเทศชั้นนำของตุรกี เพื่อทดสอบและบูรณาการโซลูชันเครือข่าย 5G ของ Viettel เข้ากับสภาพแวดล้อมการสื่อสารทางทหารที่ต้องการความปลอดภัยและความมีเสถียรภาพในระดับสูง นายเหงวียน มิงห์ กวาง ผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Viettel High Tech กล่าวว่า "การร่วมมือกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานประกอบการที่ต้องการก้าวสู่ระดับโลก เราไม่สามารถทำได้เพียงลำพังหากต้องมีหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ ในกลุ่มเทคโนโลยีทางยุทธศาสตร์ 11 อย่างของเวียดนาม บริษัท Viettel กำลังพัฒนาอยู่ 9 อย่าง รวมถึง ระบบ 5G และ 6G ตามแผนงาน เราจะเริ่มทดสอบระบบ 6G ภายในปี 2028"
การวางแนวทางสำหรับการสร้างเสริมระบบการป้องกันประเทศทางดิจิทัลได้ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 เวียดนามจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีทางยุทธศาสตร์หลายประการ เช่น AI อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง บิ๊กดาต้า เทคโนโลยีควอนตัม 5G/6G และข้อมูลดาวเทียม ส่วนที่ศูนย์ฝึกอบรมด้านกลาโหมของเวียดนาม แนวทางนี้ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยการนำ AI การเขียนโปรแกรม การจำลอง และเครื่องมือดิจิทัลเข้าสอน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีใหม่ พันโทอาวุโส เหงวียน ถิ แทง หาย อาจารย์ประจำโรงเรียนนายทหารด้านเคมี กล่าวว่า ทางโรงเรียนฯได้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอย่างแข็งขันเพื่อมีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพการฝึกอบรมและการเตรียมแหล่งเจ้าหน้าที่ทหารให้ตรงตามเป้าหมายการพัฒนากองทัพที่ทันสมัย "ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นักศึกษาของเราได้รับการฝึกอบรมด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์ ซอฟต์แวร์สำหรับการวางแผนการรบ รวมถึงได้เรียนรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม ซึ่งสามารถสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์เองเพื่อการฝึกอบรมและการทำงานระดับมืออาชีพด้านวิชาชีพ"
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังสร้างวงจรการเชื่อมต่อใหม่ โดยความร่วมมือระหว่างประเทศได้ขยายความรู้ ความรู้ก็ได้แปรเป็นความสามารถทางเทคโนโลยีและได้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆส่งเสริมการเจรจา สร้างความไว้วางใจ และร่วมมือเพื่อสันติภาพ
สำหรับเวียดนาม การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในด้านความร่วมมือใหม่เหล่านี้ยังเป็นหนทางหนึ่งในการขยายการทูตด้านการป้องกันประเทศ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรระหว่างประเทศ ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันและปกป้องมาตุภูมิตั้งแต่เนิ่นๆ./.








