ประตูในเกมกับนอร์เวย์ทำให้เนย์มาร์กลายเป็นนักเตะบราซิลคนที่ 2 ที่สามารถทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 4 สมัย ต่อจากเปเล่ โดยเขายิงได้ 4 ประตู ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล, 2 ประตู ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย, 2 ประตู ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ และ 1 ประตู ในฟุตบอลโลก 2026

ส่วนเปเล่เคยทำได้ 6 ประตู ในฟุตบอลโลกปี 1958, 1 ประตู ในปี 1962, 1 ประตู ในปี 1966 และ 4 ประตู ในปี 1970

ลูกจุดโทษในเกมกับนอร์เวย์ยังทำให้เนย์มาร์เพิ่มสถิติการทำประตูให้ทีมชาติบราซิลเป็น 80 ประตู มากกว่าสถิติของเปเล่อยู่ 3 ประตู

อย่างไรก็ตาม สถิติส่วนตัวดังกล่าวไม่สามารถช่วยให้บราซิลผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ หลังพ่ายนอร์เวย์ 1-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่งผลให้บราซิลต้องตกรอบเร็วที่สุดนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1994 เป็นต้นมา ทีม "แซมบ้า" ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ 8 ครั้ง, รอบรองชนะเลิศ 4 ครั้ง, รอบชิงชนะเลิศ 3 ครั้ง และคว้าแชมป์โลกได้ 2 สมัย อย่างไรก็ตาม ในฟุตบอลโลก 6 ครั้งหลังสุด บราซิลต้องพ่ายให้กับทีมจากยุโรปในรอบน็อกเอาต์ทุกครั้ง

สำหรับเนย์มาร์เอง ยังต้องเผชิญกับอีก 2 สถิติที่ไม่น่าจดจำ โดยเขากลายเป็นนักเตะบราซิลคนที่ 2 ที่ลงเล่นฟุตบอลโลก 4 สมัย แต่ไม่เคยคว้าแชมป์โลกได้ ต่อจาก ติอาโก ซิลวา ซึ่งลงเล่นในฟุตบอลโลกปี 2010, 2014, 2018 และ 2022

หลังจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ เนย์มาร์มีความเป็นไปได้ที่จะประกาศอำลาการรับใช้ทีมชาติบราซิล.