ทีมชาติสหรัฐต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2026 หลังจากพ่ายแพ้ทีมชาติเบลเยียม 1-4 ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แม้การแข่งขันได้จบลงไปแล้ว แต่การที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า อนุญาตให้ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐลงสนามแข่งขัน ได้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวและข้อพิพาทครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 96 ปีของฟุตบอลโลก

ก่อนหน้านั้น บาโลกัน ถูกใบแดงในเกมที่สหรัฐเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งตามกฎแล้วเขาจะต้องถูกห้ามลงสนามหนึ่งนัด แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนการพบเบลเยียมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ฟีฟ่าได้ประกาศระงับการบังคับใช้โทษดังกล่าวอย่างกะทันหัน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 ของประมวลกฎหมายวินัย ส่งผลให้ฟีฟ่าเปลี่ยนบทลงโทษจากการสั่งแบนในนัดนี้ เป็นการให้บาโลกัน "รอลงอาญา" โทษแบนเป็นเวลา 1 ปีแทน หากนักเตะรายนี้กระทำความผิดร้ายแรงซ้ำอีกในช่วงเวลาดังกล่าว บทลงโทษเดิมจึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งนั่นหมายความว่า กองหน้ารายนี้มีสิทธิ์ลงสนามในเกมที่สหรัฐ พบกับเบลเยียม การตัดสินใจครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากกรณีการ "ล้างใบแดง" ในลักษณะนี้แทบจะไม่เคยมีแนวปฏิบัติมาก่อน

การตัดสินใจดังกล่าวเผชิญกับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากสมาคมฟุตบอลเบลเยียมหรือ RBFA ซึ่งได้ยื่นประท้วงต่อคุณสมบัติในการลงสนามของบาโลกัน ขณะที่สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA ก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของฟีฟ่าเช่นกันว่า เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมทั้งชี้ว่า การยกเว้นการบังคับใช้โทษแบนในระหว่างที่การแข่งขันฟุตบอลโลกกำลังดำเนินอยู่นั้น อาจส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมของการแข่งขัน.