ในการนี้ อัครราชทูต เหงวียนหว่างเงวียน รองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำสหประชาชาติ ได้แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนในจุดร้อนต่างๆในตะวันออกกลาง คัดค้านการโจมตีทางทหารต่อประเทศที่มีอธิปไตย โดยเฉพาะประเทศที่ประกาศว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปะทะ พร้อมทั้ง ประณามการกระทำที่เป็นอริใส่บุคลากรและสำนักงานต่างๆของสหประชาชาติ อีกทั้งยืนยันว่า ประชาชนผู้บริสุทธิ์และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนต้องได้รับการปกป้องในทุกกรณีตามมติที่ 2573 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและย้ำว่า ความปลอดภัย ความมั่นคง เสรีภาพในการเดินเรือและการบินจะต้องได้รับการค้ำประกันตามกฎหมายสากล โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทะเลหรือ UNCLOS ปี 1982 ซึ่งถือเป็นความต้องการที่เร่งด่วนเพื่อค้ำประกันเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รวมถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมโลกในการค้ำประกันแหล่งจัดสรรพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การค้า และความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลก
โอกาสนี้ รองหัวหน้าคณะผู้แทนเวียดนามยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกให้ความสนใจต่อปัญหาของปาเลสไตน์ พร้อมทั้งย้ำถึงอีกครั้งถึงจุดยืนของเวียดนามในการสนับสนุนสิทธิในการกำหนดใจตนเองของชาวปาเลสไตน์ และสนับสนุนให้รัฐปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ของสหประชาชาติ นอกจากนี้ เวียดนามยังคงสนับสนุนมาตรการสองรัฐอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานของเส้นพรมแดนก่อนปี 1967 ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมติต่างๆที่เกี่ยวข้องของสหประชาชาติ.




