ผลการสำรวจล่าสุดของหอการค้าสหรัฐประจำเวียดนามปรากฎว่า สถานประกอบการและนักลงทุนเกือบร้อยละ 80 จากกว่า 2,550 แห่งที่ตอบแบบสอบถามได้แสดงความยินดีเกี่ยวกับศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในเวียดนามในระยะกลางและระยะยาว

การที่เศรษฐกิจมหภาคมีเสถียรภาพ ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ดุลการค้าต่างๆได้รับการค้ำประกัน และมูลค่าการนำเข้าและส่งออกได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วถือเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้ธนาคาร Standard Chartered พยากรณ์ว่า อัตราการส่งออกของเวียดนามอาจบรรลุกว่าร้อยละ 7 โดยมูลค่าอยู่ที่กว่า 5 แสน 3 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 นาง Michele Wee ผู้อำนวยการใหญ่ธนาคาร Standard Chartered ประจำเวียดนามแสดงความคิดเห็นว่า การมีแรงงานคุณภาพสูง นโยบายที่เป็นมิตรกับนักลงทุนต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับเศรษฐกิจโลกอย่างเข้มแข็งผ่านข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆคือปัจจัยที่ช่วยให้เวียดนามผลักดันการส่งออกและเพิ่มห่วงโซ่มูลค่าในทุกด้าน

ส่วนเว็บไซต์ Le reporter ของโมร็อกโกได้นำเสนอข้อมูลในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาว่า เวียดนามสามารถดึงดูดเงินทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้กว่า 2 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เวียดนามยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติถึงแม้ยังคงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ก็ตาม การลงทุนใน 18 ด้าน โดยเฉพาะภาคการผลิตที่บรรลุกว่า 1 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของเวียดนามในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตชั้นนำของโลก.