การประชุมปีนี้มีหัวข้อคือ “ความรับผิดชอบต่ออนาคต: ขีดจำกัดของความเป็นไปได้ หรือความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด” โดยมีผู้แทน 120 คนจาก 40 ประเทศและดินแดนเข้าร่วม
เกี่ยวกับระเบียบระหว่างประเทศ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องมุ่งไปสู่ระบบหลายขั้ว ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เข้าร่วมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของประเทศหนึ่งต้องไม่เกิดขึ้นจากการบั่นทอนความมั่นคงของประเทศอื่นๆ โดยประเทศต่างๆ ควรร่วมกันกำหนดหลักการพื้นฐานของระเบียบโลกในอนาคต โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเบื้องต้น
ในประเด็นสหประชาชาติ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สนับสนุนการปฏิรูปสหประชาชาติให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลางมีบทบาทมากขึ้น
สำหรับการปะทะกับยูเครน ประธานาธิบดีรัสเซียเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างเงื่อนไขสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืน แทนที่จะเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราว พร้อมระบุว่าจำเป็นต้องมีการค้ำประกันด้านความมั่นคง
ส่วนสำหรับความสัมพันธ์กับยุโรป ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันว่า รัสเซีย “ไม่ได้คุกคามใคร” และไม่มีเจตนาที่จะโจมตีประเทศใด แต่จะตอบโต้หากถูกโจมตี
สำหรับความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า มอสโคว์พร้อมที่จะรื้อฟื้นการเจรจากับกรุงวอชิงตันในเรื่องการควบคุมอาวุธทางยุทธศาสตร์
ส่วนความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวชื่นชมการประสานงานระหว่างมอสโคว์กับปักกิ่ง ซึ่งรัสเซียสนับสนุนแนวคิดการจัดการพบปะสามฝ่ายระหว่างตนเอง ประธานประเทศจีน สีจิ้นผิง และประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่จำเป็นต้องกำหนดระเบียบวาระให้ชัดเจนก่อน.



.jpg)

