ในการแถลงข่าว นาง เหงียนถิทูห่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการภายในได้ตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับผลการปรับปรุงโครงสร้างหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ โดยเผยว่า จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 34 จังหวัดและนครสังกัดส่วนกลางได้เสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวตามข้อกำหนดของกรมการเมืองพรรคและรัฐบาล กระบวนการดำเนินงานเป็นไปอย่างเคร่งครัด พร้อมเพรียงและได้รับความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ในระดับสูง ภายหลังการปรับปรุง จำนวนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศลดลงกว่า 41,500 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 46.33

สำหรับมาตรการแก้ไขอุปสรรคให้แก่การส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้และสัตว์น้ำ นาย หวอวันฮึง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมย้ำว่า ปัจจัยสำคัญเฉพาะหน้าคือต้องเกาะติดตลาด เน้นผลิต เพิ่มมูลค่าและความหลากหลายของตลาด

"เราต้องลดขั้นตอนระเบียบราชการอย่างเข้มแข็ง จริงจังและมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนและปัญหาอื่นๆ ให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน ต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และแอพพลิเคชันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสิ่งที่สำคัญคือ เราต้องอยู่เคียงข้างกับประชาชนและภาคธุรกิจ"

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าว กระทรวงการคลังยังเผยว่า นโยบายการคลังหลายประการจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนถึงสิ้นปี 2026 เช่น การลดภาษีมูลค่าเพิ่มลงร้อยละ 2 สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 การขยายเวลายกเว้นภาษีการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรไปจนถึงสิ้นปี 2030 การขยายเวลาการชำระภาษีบางประเภท รวมถึงการคงนโยบายยกเว้นและลดค่าธรรมเนียมและค่าบริการอีก 46 รายการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ขณะนี้ กระทรวงการคลังกำลังประสานงานกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิจัยแผนการบริหารจัดการภาษีน้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของราคานี้ในตลาดโลก เพื่อรับมือกับความผันผวนด้านพลังงานอย่างทันท่วงที และรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค ตลอดจนควบคุมภาวะเงินเฟ้อ.