ในโอกาสที่เวียดนามและไทยกำลังร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต (1976–2026) การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 5-7 สิงหาคมของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย มีความหมายสำคัญเป็นพิเศษ นี่ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพอันยาวนานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดแนวทางร่วมมือใหม่อย่างเป็นรูปธรรมในด้านนิติบัญญัติ ซึ่งจะช่วยแปรข้อตกลงระดับสูงให้เป็นผลปฏิบัติจริงและส่งเสริมการประสานงานในเวทีระดับภูมิภาคและนานาชาติ ในโอกาสนี้ ผู้สื่อข่าวของสถานีวิทยุเวียดนามได้สัมภาษณ์ประธานรัฐสภาไทยเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของความร่วมมือในระยะใหม่
ผู้สื่อข่าว: เรียนท่านประธานรัฐสภา การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังผลักดันความร่วมมือระหว่างรัฐสภาอย่างแข็งขัน ขอให้ท่านกล่าวถึงลำดับความสำคัญในการแปรเนื้อหาบันทึกความเข้าใจฉบับต่างๆที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามว่าด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ด้านนิติบัญญัติให้เป็นกิจรรมที่เป็นรูปธรรม?
ผู้สื่อข่าว: ในความเห็นของท่าน รัฐสภาของทั้งสองประเทศควรส่งเสริมบทบาทของกลุ่มสส.มิตรภาพและประสานงานในเวทีต่างๆ เช่น AIPA และ IPU อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมภารกิจร่วมในระดับภูมิภาค?
ผู้สื่อข่าว: ปี 2026 เป็นปีครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามและไทย รัฐสภาไทยจะให้ความร่วมมืออย่างไรเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่สำหรับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน วัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป?
ผู้สื่อข่าว: ขอขอบคุณท่านมากค่ะ.






