สถาบันอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งสาธารณรัฐเช็กระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม เป็นต้นไป อุณหภูมิจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง โดยอุณหภูมิทั่วไปจะอยู่ที่ 24–29 องศาเซลเซียส คลื่นความร้อนคาดว่าจะรุนแรงที่สุดในช่วงปลายสัปดาห์ โดยวันที่ 30 กรกฎาคม อุณหภูมิอาจสูงถึง 32–37 องศาเซลเซียส และระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม หลายพื้นที่อาจมีอุณหภูมิ 33–38 องศาเซลเซียส หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า คลื่นความร้อนที่ยาวนานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ภาวะขาดน้ำ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กและผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง

ขณะเดียวกัน ทีมดับเพลิงของฝรั่งเศสและสเปนยังคงต่อสู้กับไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี จนถึงขณะนี้ มีประชาชนในทั้งสองประเทศต้องอพยพแล้วกว่า 325,000 คน

หนึ่งในเหตุไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีเกิดขึ้นที่แคว้นฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส และกำลังลุกลามเข้าใกล้เขตเมืองบอร์กโดซ์ ทำให้ประชาชนราว 250,000 คน ต้องอพยพ ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 42,000 เฮกตาร์ และก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “เมฆไฟ” ทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยาก ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินในเช้าวันที่ 27 กรกฎาคมเพื่อหารือสถานการณ์ดังกล่าว

ส่วนที่สเปน ประชาชนประมาณ 75,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ใกล้จังหวัด Avila เมือง Toledo และแคว้น Castellón ในภูมิภาค Valencia ทางตะวันออก เนื่องจากไฟป่าลุกลามเป็นวงกว้าง นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซันเชซ (Pedro Sánchez) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยในแคว้น Valencia ซึ่งทีมดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมไฟป่าจุดใหม่ ขณะที่ประชาชนกว่า 15,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่

ส่วนที่อิตาลี ไฟป่าเกิดขึ้นในแคว้น Puglia ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและประชาชนกว่า 400 คน ต้องอพยพทางทะเลออกจากเมืองชายฝั่ง Peschici หน่วยยามฝั่งระบุว่า ยังมีประชาชนอีกประมาณ 300 คนที่กำลังได้รับการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง.