ตามข้อมูลสถิติ ปัจจุบันในจังหวัดกว๋างนิงห์มีระเบียบราชการมากกว่า 2,260 รายการ โดยในจำนวนนี้มีระเบียบราชการระดับจังหวัดมากกว่า 1,770 รายการและระดับตำบลเกือบ 290 รายการที่ให้บริการในรูปแบบบริการสาธารณะออนไลน์แบบครบวงจร ในแขวง อวงบี๊ (Uông Bí) การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้รับการปฏิบัติตั้งแต่การระดมทรัพยากรเพื่อการลงทุน การยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งรวมถึงระบบอินเตอร์เนต อุปกรณ์และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ข้าราชการในการปฏิบัติงานบนสภาพแวดล้อมดิจิทัล นาย ด่าวหง็อกเซิน รองเลขาธิการพรรคสาขาแขวง อวงบี๊ จังหวัดกว๋างนิงห์ กล่าวว่า การฝึกอบรมยกระดับคุณภาพของบุคลากรต้องได้รับการปฏิบัติควบคู่กับการยกระดับดังกล่าวเพื่อค้ำประกันให้การปฏิบัติงานบนสภาพแวดล้อมดิจิทัลเป็นไปอย่างราบรื่น
“การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง โดยเปลี่ยนมาเป็นการบริหารที่มีธรรมาภิบาล ภารกิจต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังใช้แอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานที่ส่งต่อไปยังระดับพื้นฐาน จากนั้นก็ใช้เพื่อสนับสนุนการบริหาร มีคำสั่งที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและราบรื่นมากขึ้น”
แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเข้าสู่ชีวิตมากขึ้นก็ต้องมีการขยายผลเกี่ยวกับแนวทางนี้อย่างกว้างขวางเพื่อให้ประชาชนทุกคนกลายเป็น “พลเมืองดิจิทัล” นาย เหงวียนหว่างกวี๊ เลขาธิการพรรคสาขาแขวง บ๊ายไฉ (Bãi Cháy) กล่าวว่า
“เราตระหนักว่า เพื่อเป็นรัฐบาลดิจิทัล ก็ต้องมีพลเมืองดิจิทัลก่อน ดังนั้น บ๊ายไฉได้ผลักดันโครงการฝึกอบรมดิจิทัลให้แก่ประชาชนทุกคน และถึงขณะนี้ แต่ละแขวงต่างใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการประชุมและการประสานงาน ประชาชนทุกคน รวมถึงผู้สูงอายุ ก็สามารถชำระเงินแบบไร้เงินสด รับเงินเดือน โอนเงินและทำธุรกรรมต่าง ๆ บนระบบดิจิทัลได้แล้ว”
จากการปฏิบัติในความเป็นจริงแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนมีทักษะเพียงพอในการเข้าถึงและใช้บริการสาธารณะออนไลน์ ดังนั้น นอกเหนือจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแล้ว ท้องถิ่นต่าง ๆ ในจังหวัด กว๋างนิงห์ ยังเน้นยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชนอีกด้วย ณ แขวง เอียนตื๋อ (Yên Tử) เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว การบริหารจัดการโบราณสถานและให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นาย บุ่ยหว่างยาง เลขาธิการพรรคสาขาและประธานสภาประชาชนแขวงเอียนตื๋อเผยว่า
“ในด้านการท่องเที่ยวและบริการ เราใช้ซอฟต์แวร์และระบบ AI แบบ 360 องศาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ได้จากระยะไกล นอกจากนี้ เรายังออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น สำหรับการปฏิรูประเบียบราชการ ปัจจุบันสัดส่วนการดำเนินการเอกสารผ่านระบบออนไลน์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 98 และการใช้ลายมือชื่อดิจิทัลสำหรับเอกสารราชการต่าง ๆ มีสัดส่วนเกือบ 100% แล้ว”
จากตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในระดับท้องถิ่นได้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่เพียงแต่เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเท่านั้น หากยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการแก่ประชาชนและสถานประกอบการ ดังนั้น เพื่อวางพื้นฐานให้แก่กระบวนการนี้ ทางการจังหวัดฯ ได้เร่งแปรมติที่ 57 เข้าในโครงการและแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายและแหล่งพลังที่สนับสนุนอย่างชัดเจน นาย เหงวียนจุงเตี๊ยน รองผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจังหวัดกว๋างนิงห์กล่าวว่า
“จังหวัดกว๋างนิงห์ไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามมติเท่านั้น หากยังได้แปรให้เป็นรูปธรรมผ่านการมอบหมาย 68 หน้าที่ให้แก่สำนักงานและหน่วยงานต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 32 หน้าที่ประจำ และ 36 หน้าที่ที่กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติเพื่อสร้างก้าวกระโดด ในปี 2026 ทางจังหวัดฯ ได้จัดสรรงบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านด่งเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเร่งดำเนินโครงการยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานอีก 4 โครงการ”
จากการชี้นำอย่างเด็ดขาดของผู้บริหารจังหวัดฯ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการประชาชนของทางการปกครองท้องถิ่นและการเป็นฝ่ายรุกในการเข้าร่วมของประชาชน สามารถเห็นได้ว่า ระบบการบริหารราชการสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เมื่อระเบียบราชการได้รับการปฏิบัติอย่างรวดเร็วมากขึ้น ทุกข้อเสนอได้รับการรับฟังและจัดการได้สะดวกมากขึ้นและประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการสาธารณะผ่านสภาพแวดล้อมดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง นั่นคือช่วงเวลาที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลสามารถสร้างคุณค่าอย่างแท้จริงในการรับใช้ประชาชนและสถานประกอบการมากที่สุด.








