ภาษาของชนกลุ่มน้อย: สะพานเชื่อมที่มั่นคงในเขตชายแดน
25/04/2026 13:38
[VOVWORLD] - ในเขตชายแดนจังหวัดหลางเซินมีประชาชนชนกลุ่มน้อยเผ่าไต่ หนุ่งและเย้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังมีข้อจำกัดในการใช้ภาษากลาง ทำให้เกิดความยากลำบากในการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะด้านกฎหมาย จากสถานการณ์ดังกล่าว ทหารชายแดนเวียดนามได้เร่งส่งเสริมการใช้ภาษาของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผยแพร่ข้อมูล เสริมสร้างความผูกพันกับประชาชนและปกป้องความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างมั่นคง

2.5-pst7-anh_1.jpg การประชาสัมพันธ์ด้วยภาษาของชนกลุ่มน้อยเกิดประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด ที่ป้อมทหารชายแดนต่างๆ ในจังหวัดหลางเซิน การเรียนรู้และใช้ภาษาของชนกลุ่มน้อยได้กลายเป็นข้อกำหนดสำหรับเจ้าหน้าที่และทหารทุกนาย ด้วยเหตุนี้ การประชาสัมพันธ์จึงมีความผูกกันใกล้ชิด เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น การสื่อสารด้วยภาษาของชนกลุ่มน้อยไม่เพียงแต่ช่วยถ่ายทอดข้อมูลเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย ช่วยลดช่องว่าง สร้างความผูกพันใกล้ชิดและทำให้ประชาชนเปิดรับข้อมูลได้ง่ายขึ้น สร้างความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ตั้งแต่ระดับชุมชน โดยเฉพาะในประเด็นด้านกฎหมายและการรักษาความมั่นคงในเขตชายแดน ที่หมู่บ้านชีมา ตำบลเหมาเซิน ซึ่งมีประชากรเกือบ 1,000 คน รวมกว่า 230 ครัวเรือน การประชาสัมพันธ์ด้วยภาษาของชนกลุ่มน้อยเกิดประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด ความเข้าใจกฎหมายของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นช่วยลดการกระทำผิด ผลสำเร็จนี้มาจากการที่เจ้าหน้าที่ทหารในป้อมทหารชายแดนชีมา มักจะไป “เคาะประตูทุกบ้าน” อย่างสม่ำเสมอเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเข้าออกประเทศ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและการปกป้องอธิปไตยในเขตชายแดน นาย วีวันญือ เลขาธิการพรรคสาขาและผู้ใหญ่บ้านชีมา กล่าวว่า “การเผยแพร่ข้อมูลด้วยภาษาของชนกลุ่มน้อยช่วยให้ชาวท้องถิ่นเข้าใจกฎหมาย เพิ่มความรู้ เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงานตามกฎหมาย เมื่อลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหารชายแดนสามารถสื่อสารด้วยภาษาไต่และเป็นกันเองมาก จึงได้รับความรักจากชาวบ้าน ผู้สูงอายุมองพวกเขาเหมือนลูกหลานในครอบครัว ส่วนวัยรุ่นและเด็ก ๆ ก็มองว่าเป็นพี่น้องหรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน” 2.5-pst7-anh_2.jpg ในแต่ละปี ป้อมทหารชายแดนชีมามักจะจัดกิจกรรมเผยแพร่กฎหมายประมาณ 60–70 ครั้ง ดึงดูดผู้เข้าร่วมราว 3,000 คน สิ่งที่สำคัญคือ การสื่อสารแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชาวบ้านมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเท่านั้น หากยังปฏิบัติตามและเป็นฝ่ายรุกในการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปกป้องแนวชายแดนและหลักพรมแดนอีกด้วย โดยในแต่ละปี ป้อมทหารชายแดนชีมามักจะจัดกิจกรรมเผยแพร่กฎหมายประมาณ 60–70 ครั้ง ดึงดูดผู้เข้าร่วมราว 3,000 คน นอกจากนี้ ป้อมทหารชีมายังเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบเสียงตามสายทั้งภาษากลางและภาษาชนกลุ่มน้อย พันโท เจิ่นจ่องเต้ย หัวหน้าฝ่ายการเมืองของป้อมทหารชายแดนชีมา กล่าวว่า “เราปฏิบัติตามแนวทาง “3 ยึด 4 ร่วม” ซึ่งรวมถึงการร่วมใช้ภาษาของชนกลุ่มน้อย โดยเจ้าหน้าที่ทหารแต่ละนายมีความเข้าใจและรับผิดชอบมากขึ้นในการศึกษาด้วยตนเองเพื่อปฏิบัติภารกิจการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ โดยสามารถสื่อสารกับชาวบ้านได้โดยตรงผ่านรูปแบบที่หลากหลายและมีชีวิตชีวาเพื่อให้ชาวบ้านร่วมกับทหารชายแดนปกป้องแนวชายแดนและหลักพรมแดน” 2.5-pst7-anh_3.jpg ในการประกวด แต่ละทีมได้นำเสนอผลงานที่มีชีวิตชีวาและน่าสนใจ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดการประกวดภาษาไต่ประจำปี 2026 สำหรับทหารชายแดน โดยมีป้อมทหารชายแดนหลายแห่งเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทหารฝึกฝนทักษะและยกระดับคุณภาพในการปฏิบัติภารกิจ พันเอก เหลี่ยวมิงห์เตี๊ยน รองหัวหน้ากองกำลังทหารชายแดนจังหวัดหลางเซิน เผยว่า “การเรียนภาษาของชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะภาษาไต่ถือเป็นแนวทางและคำสั่งจากกองบัญชาการทหารชายแดน โดยในหลายปีที่ผ่านมา กองกำลังทหารชายแดนจังหวัดหลางเซินได้ชี้นำให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถฟัง เข้าใจและใช้ภาษาของชนกลุ่มน้อยได้อย่างคล่องแคล่วเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการปกป้องชายแดนได้ดียิ่งขึ้น” ในหมู่บ้านต่างๆ เลียบตามแนวชายแดนของจังหวัดหลางเซิน ทุกๆ ช่วงบ่าย ระบบเสียงตามสายได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลด้วยภาษาของชนกลุ่มน้อยที่นี่ ซึ่งช่วยให้พวกเขาเข้าใจและเชื่อถือ การประชาสัมพันธ์ตามรูปแบบนี้ได้ช่วยให้ข้อกำหนดด้านกฎหมาย อธิปไตยชายแดนหรือการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจหรือเป็นปัญหาที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย จดจำง่าย และปฏิบัติตามได้ง่าย นอกจากการประชาสัมพันธ์แบบเป็นกลุ่มแล้ว การใช้ภาษาท้องถิ่นยังได้ใช้ในทุกบทสนทนา ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่พบปะกับประชาชน ซึ่งความเข้าใจและการเคารพในวัฒนธรรมนี้ได้ช่วยลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับชาวท้องถิ่นและสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับทหารชายแดนในแนวป้องกันของมาตุภูมิ การใช้ภาษาพื้นเมืองที่เรียบง่ายได้ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักมากขึ้นในการปฏิบัติตามกฏหมาย มีส่วนช่วยลดการกระทำผิดและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภาษาของชนกลุ่มน้อยได้กลายเป็น “สะพานเชื่อม” ที่สำคัญและมีส่วนร่วมช่วยให้ทหารชายแดนสามารถรักษาอธิปไตยของประเทศได้อย่างมั่นคง ./.
TAG
VOV/VOVWORLD/ภาษา ชนกลุ่มน้อย สะพานเชื่อม ที่มั่นคง เขตชายแดน
Related




.jpg)



