|
การประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกรวมทั้งการประชุมที่เกี่ยวข้องต่างๆถือเป็นเหตุการณ์ที่ดึงดูดผู้บริหารด้านการเงิน เศรษฐกิจและธนาคารในทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อหวนไปในช่วงก่อนปี2008ก็สามารถมองเห็นว่าบทบาทของไอเอ็มเอฟยังไม่ได้รับความสนใจแต่เมื่อโลกประสบวิกฤตเศรษฐกิจปี2008ทุกอย่างกมีความเปลี่ยนแปลงจนทำให้เศรษฐกิจต่างๆเล็งเห็นถึงความจำเป็นขององค์กรนี้ ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวนนั้นการประชุมนี้ถือเป็นความหวังเพื่อให้โลกแสวงหานโยบายที่สำคัญช่วยแก้ไขอุปสรรคในปัจจุบัน ปรับปรุงนโยบายการพัฒนาของประเทศที่พัฒนาต่างๆ ส่งเสริมความพยายามรับมือกับความท้าทายใหม่ท่ามกลางปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่กำลังบานปลายไปสู่นอกภูมิภาคและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ดี ก่อนการประชุมนี้ จีนได้ประกาศว่ารัฐมนตรีกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนรวมทั้งตัวแทนของธนาคารต่างๆของจีนจะไม่เข้าร่วมประชุมโดยส่งรองผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีช่วยการคลังไปแทน ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกร้าวที่นับวันกว้างลึกยิ่งขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจในเอเซียที่ด้ส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์พหุภาคี เพราะความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการเงินระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่จำเป็นและมีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก โดยก่อนการประชุมนี้ นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการใหญ่ของไอเอ็มเอฟ ก็ได้ประกาศเรียกร้องให้ทั้งสองเศรษฐกิจใหญ่อันดับ2และ3ของโลกให้ความสนใจต่อเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกมากกว่าความขัดแย้งด้านอธิปไตย รวมทั้งย้ำว่า เศรษฐกิจโลกต้องการส่วนร่วมที่สมบูรณ์ทั้งจากจีนและญี่ปุ่น แต่ในทางกลับกัน ทั้งสองประเทศนี้กลับไม่ได้แสดงทีท่าขานรับคำเรียกร้องดังกล่าว
ส่วนเมื่อหันมองไปยังภูมิภาคยุโรปก็ไม่เห็นวี่แววที่สดใสแต่อย่างใดเมื่อความพยายามปรับลดอันตราหนี้สิน เพิ่มสภาพคล่องรวมทั้งแผนการอัดฉีดงบเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ของประเทศต่างๆไม่ประสบผลดั่งเป้าหมาย ซึ่งตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์การเพิ่มรายรับงบประมาณ ลดการขาดดุลงบประมาณด้วยนโยบายรัดเข็มขัด ประหยัดค่าใช้จ่ายที่นำไปสู่การปรับลดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมและการช่วยเหลือผู้ยากจนที่ประเทศต่างๆกำลังปฏิบัตินั้นยังวกวนกลับไปมาอย่างไม่มีทางออก และปัจจุบันประชามติได้ตั้งตารอความช่วยเหลือจากกองทุนกอบกู้วิกฤตหรือกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป(ESM)มูลค่า 6แสน5หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐโดยกลุ่มยูโรโซนประกาศเมื่อวันที่8ตุลาคมเพื่อนำเขตนี้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤตปัจจุบัน และสิ่งที่สำคัญคือยุโรปต้องมีความเห็นพ้องกันในนโยบายด้านภาษีและค่าใช้จ่ายภาครัฐตลอดจนการเร่งดำเนินแผนการควบรวมระบบธนาคารในภูมิภาค
ตามรายงานประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ที่ไอเอ็มเอฟได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ระบุการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ3.5ลงเหลือร้อยละ3.3ในปีนี้และจากร้อยละ3.9ลงเหลือร้อยละ3.6ในปี2013 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศมหาอำนาจต่างๆเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเหล่านี้ แต่จากสถานการณ์ในการประชุมนัดสำคัญที่สุดของปีที่กำลังมีขึ้น โดยเฉพาะการขาดบทบาทของประเทศที่เป็นฟันเฟืองของเศรษฐกิจโลกพร้อมบรรยากาศที่เป็นมิตรและใกล้ชิดกันได้ทำให้ประชามติมีความวิตกว่า เศรษฐกิจโลกจะต้องเผชิญกับภาวะที่ย่ำแย่กว่านี้ในอนาคต./.








