ในแผนการพัฒนาช่วงปี 2026–2030 เวียดนามเน้นระดมแหล่งพลังต่างๆเพื่อก้าวรุดหน้าไปกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและมีรายได้ปานกลางในระดับสูง เพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยอยู่ที่กว่าร้อยละ 6.5 ต่อปี ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการปฏิบัติของแรงงานแต่ละคน ดังนั้น เดือนกรรมกรปี 2026 จึงเป็นการยืนยันบทบาทที่สำคัญของชนชั้นกรรมกรในกระบวนการพัฒนาใหม่นี้

การเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ พลังขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน

สถานการณ์การผลิตแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มผลิตภาพแรงงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบเครื่องจักรกลที่ทันสมัยที่มีราคานับล้านดอลลาร์สหรัฐ หากมาจากความพยายามปรับปรุงกระบวนการผลิต ดังนั้น เป้าหมายที่สหพันธ์แรงงานเวียดนามตั้งเป้าหมายในเดือนกรรมกรปีนี้คือ แรงงานร้อยละ 10 ต้องมีความคิดริเริ่มและความคิดริเริ่มอย่างน้อยร้อยละ 30 ในจำนวนนั้นจะถูกนำไปใช้ในภาคการปฏิบัติเป็นความพยายามเพื่อปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ของกรรมกรเวียดนาม ในระยะแห่งการพัฒนาในปัจจุบัน เมื่อแรงงานราคาถูกไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป นี่เป็นช่วงเวลาเพื่อให้แรงงานยืนยันคุณค่าของตนผ่านฝีมือและความสามารถในการเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ซึ่งแนวโน้มนี้ได้รับการแสดงให้เห็นผ่านการที่จำนวนแรงงานที่มีความคิดริเริ่มต่างๆนับวันเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัท May 10 ได้เป็นฝ่ายรุกในการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต นาย ฝ่ามวันถ่วน จากแผนกวิศวกรรมไฟฟ้าของบริษัท May 10 กล่าวว่า

“ด้วยอุปกรณ์นี้ พวกเราสามารถเขียนโปรแกรมอัตโนมัติและเพียงกดปุ่มครั้งเดียว เครื่องก็สามารถทำงานได้ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้"

ประสิทธิภาพจากการปรับปรุงที่เป็นรูปธรรมในบริษัท May 10 แสดงให้เห็นว่า เมื่อแรงงานสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ผลิตภาพแรงงานจะสร้างก้าวกระโดด นี่ได้กลายเป็นเข็มทิศนำทางสำหรับขบวนการแข่งขันของกรรมกร แรงงาน โดยเฉพาะในกรุงฮานอย ซึ่งเป็นหัวเรือทางเศรษฐกิจของประเทศ นาย เลดิ่งหุ่ง รองประธานสหพันธ์แรงงานกรุงฮานอยเผยว่า

"ขบวนการเจ้าหน้าที่พนักงานและแรงงานฮานอยที่มีความคิดริเริ่มและมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานได้รับการปฏิบัติในหลายปีที่ผ่านมาและในด้านต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมให้แรงงานมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการทำงานและมีส่วนร่วมเพิ่มผลิตภาพมากขึ้น"

การสร้างแถวขบวนแรงงานที่มีสติปัญญาเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่

เมื่อย่างเข้าสู่ศักราชแห่งการผงาด เวียดนามไม่ได้แสวงหาการเติบโตที่พึ่งพาความได้เปรียบเกี่ยวกับแรงงานราคาถูกแต่กำลังปรับเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ ในสภาวการณ์ที่สถานประกอบการกว่า 1 แสน 7 หมื่นแห่งใช้เครื่องมือดิจิทัลในการผลิตเมื่อปลายปี 2025 แถวขบวนกรรมกรต้องการได้รับการพัฒนาเพื่อกลายเป็นแรงงานสติปัญญาและแรงงานทักษะสูง

ตามรายงานดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2025 ที่จัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกหรือ WIPO เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานเร็วที่สุดในโลกในทศวรรษที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายติดท็อป 3 ประเทศที่มีผลผลิตสูงที่สุดในอาเซียนภายในปี 2030 แรงงานต้องเผชิญกับความต้องการในการฝึกทักษะใหม่และยกระดับทักษะดิจิทัลเพื่อปรับตัวเข้ากับโรงงานอัจฉริยะ

การเพิ่มผลิตภาพแรงงานจะช่วยให้รายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่สถานประกอบการเท่านั้น หากยังเพื่อยืนยันสถานะของแรงงานในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เมื่อปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์กำลังเข้ามาแทนที่มนุษย์ในบางขั้นตอนของการผลิต นาย เหงาะยวีเหียว รองประธานสหพันธ์แรงงานเวียดนาม ย้ำว่า

"แรงงานยังคงเป็นศูนย์กลางของความสามัคคีในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เพื่อค้ำประกันการนำของพรรคและการบริหารของรัฐ กรรมกรโดยเฉพาะกรรมกรที่มีสติปัญญาจะเป็นกองกำลังที่มีผลงานสร้างสรรค์มากมายเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลระดับชาติและเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างมีความคิดสร้างสรรค์"

การเพิ่มผลิตภาพแรงงานคือเส้นทางที่สั้นที่สุดเพื่อให้เวียดนามหลีกเลี่ยงกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งความคิดริเริ่มของกรรมกรแรงงานนับล้านคนจะเป็นพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อสร้างสรรค์ประเทศเวียดนามที่เจริญรุ่งเรืองและมีอารยธรรมในอนาคต ดังนั้น เดือนกรรมกรปี 2026 เป็นโอกาสเพื่อปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ของแรงงานทุกคน.