VOV WorldVOV World
การยัดเยียดแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่เคารพกฎหมายสากลจะเป็นไปไม่ได้
30/10/2012 11:20
( VOVworld )- เมื่อเร็วๆนี้ จีนได้มีก้าวเดินต่างๆเพื่อปฏิบัติตามแผนที่เส้นประที่จีนเขียนเองในทะเลตะวันออก โดยอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองน่านน้ำทะเลตะวันออกเกือบทั้งหมดรวมทั้งหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลและเจื่องซาหรือสเปรสลีของเวียดนามโดยไม่มีข้อมูลทางนิตินัยใดๆรองรับ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของจีนทำให้เวียดนาม ประเทศอาเซียนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลและประชาคมระหว่างประเทศที่รักสันติภาพและความยุติธรรมต้องออกมาแสดงความคิดเห็น
การยัดเยียดแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่เคารพกฎหมายสากลจะเป็นไปไม่ได้
( VOVworld )- เมื่อเร็วๆนี้ จีนได้มีก้าวเดินต่างๆเพื่อปฏิบัติตามแผนที่เส้นประที่จีนเขียนเองในทะเลตะวันออก โดยอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองน่านน้ำทะเลตะวันออกเกือบทั้งหมดรวมทั้งหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลและเจื่องซาหรือสเปรสลีของเวียดนามโดยไม่มีข้อมูลทางนิตินัยใดๆรองรับ  ซึ่งการกระทำดังกล่าวของจีนทำให้เวียดนาม ประเทศอาเซียนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลและประชาคมระหว่างประเทศที่รักสันติภาพและความยุติธรรมต้องออกมาแสดงความคิดเห็น แผนที่เส้นประที่จีนเขียนเองในทะเลตะวันออก( อินเตอร์เน็ต ) วันที่ ๒๘ ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักวิชาการของจีนและไต้หวันสังกัดจีนได้ร่วมกันจัดการสัมมนาศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเส้นประที่ครอบคลุมพื้นที่ทะเลตะวันออกเกือบทั้งหมด ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรสลีและหว่างซาหรือพาราเซลของเวียดนาม  โดยกลุ่มนักวิชาการดังกล่าวได้เสนอให้ทางการจีนหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมเพื่อเป็นพื้นฐานพร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทปีโตรเลียมของจีนและไต้หวันสังกัดจีนขยายความร่วมมือเพื่อทำการสำรวจแหล่งทรัพยากรในบริเวณรอบหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรสลีของเวียดนาม ซึ่งเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายและไม่สนใจต่อกฎหมายสากลกับแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการปฏิบัติของทุกฝ่ายในทะเลตะวันออกหรือดีโอซีที่จีนได้ลงนาม  การกระทำดังกล่าวของจีนแสดงให้เห็นชัดว่า หากมีข้อมูลหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายพวกเขาไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เหมาะสม ส่วนในโอกาสให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของจีน นาย อู๋ สื้อสวนหัวหน้าสถานบันวิจัยหนานไข ของจีนก็ต้องยอมรับว่า แถลงการณ์เกี่ยวกับอธิปไตยเหนือทะเลตะวันออกที่ทางการปักกิ่งถือว่ามีเหตุมีผลนั้นเป็นการอาศัยกฎหมายของจีนเท่านั้น หากไม่ได้ระบุในมาตราใดๆของกฎหมายสากล  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การสัมมนาดังกล่าวกำลังบิดเบือนความจริงของประวัติศาสตร์และกฎหมายสากลว่า หมู่เกาะสองแห่งคือหว่างซาหรือพาราเซลและเจื่องซาหรือสเปรสลีอยู่ในอธิปไตยของเวียดนามอย่างแน่นอน นาย อู๋ สื้อสวนหัวหน้าสถานบันวิจัยหนานไข( อินเตอร์เน็ต ) สำหรับปัญหาดังกล่าว กระแสประชามติระหว่างประเทศได้เห็นด้วยกับทัศนะของเวียดนามและประเทศอาเซียนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลว่า การแก้ไขการพิพาทต่างๆต้องยึดกฎหมายสากลเป็นหลัก  ดังนั้น ข้อเสนอดังกล่าวของนักวิชาการจีนและไต้หวันสังกัดจีนจึงเป็นการขัดกับทัศนะของนักวิจัยระหว่างประเทศและกระแสประชามติ  ซึ่งที่ประชุมสัมมนานานาชาติในช่วงที่ผ่านมาได้คัดค้านและติติงว่า เส้นประของจีนนั้นไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พื้นฐานทางนิตินัยและสถานการณ์ที่เป็นจริง  โดยศาสตราจารย์อีริค ฟร้อง แห่งมหาวิทยาลัยวรีจี ประเทศเบลเยียมได้ย้ำว่า แผนที่เส้นประนั้นไม่อาจนำมาอ้างเป็นหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับอธิปไตยของจีนในทะเลตะวันออกได้ โดยให้เหตุผลว่า องค์การอุทกศาสตร์โลกซึ่งเป็นองค์การชำนัญของสหประชาชาติไม่พบลัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์และอุทกศาสตร์ใดๆบนแผนที่เส้นประของจีนซึ่งมีความคลุมเคลือ