|
| นายโจ ไบเดินเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง |
(VOVworld) - การเยือนประเทศจีนของนายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่สองในกรอบการเยือนสามประเทศเอเชียตะวันออกคือ ญี่ปุ่น จีนและสาธารณรัฐเกาหลีได้มีขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดของภูมิภาคนี้กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากปักกิ่งประกาศเขตป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ เหนือน่านฟ้าทะเลฮัวตุ้ง ซึ่งบรรดาผู้สังเกตุการณ์มีความคาดหวังว่า ด้วยชื่อเสียงและการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนายสีจิ้นผิง ประธานประเทศจีน การเยือนครั้งนี้ของนายโจ ไบเดนจะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาคแต่ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้แสดงให้เห็นว่า นายโจ ไบเดนยากที่จะประสบความสำเร็จในภารกิจการไกล่เกลี่ยตามที่หวังไว้
เป้าหมายในการเยือนครั้งนี้ของนายโจไบเดนได้เปลี่ยนจากด้านการค้ามาเป็นการแก้ปัญหาความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลีกับจีน โดยเฉพาะปัญหาการพิพาทเหนือหมู่เกาะที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างประกาศความเป็นเจ้าของ ซึ่งปัญหาการพิพาทนี้นับวันยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นจนอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร ดังนั้น การเลือกประเทศแรกและประเทศสุดท้ายในการเยือนสามประเทศเอเชียตะวันออกครั้งนี้ของนายโจ ไบเดนได้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของสหรัฐที่จะทำการไกล่เกลี่ยปัญหาความสัมพันธ์กับปักกิ่งและยืนยันคำมั่นกับ2 ประเทศพันธมิตรคือญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลีว่า สหรัฐไม่ได้ละเลยนโยบายยุทธศาสตร์ที่มุ่งความสนใจสู่ทวีปเอเชีย
การพูดและการปฏิบัติจริง
แม้ยังไม่มีการประท้วงประเทศจีนอย่างเป็นทางการในเหตุการพิพาทน่านน้ำกับญี่ปุ่นแต่วอชิงตันก็ได้ยืนยันกับโตเกียวหลายครั้งแล้วว่า หมู่เกาะเซนกากุในทะเลฮัวตุ้งยังคงอยู่ในสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกันระหว่างสองประเทศและคัดค้านทุกความพยายามที่จะเปลี่ยนสิทธิการควบคุมหมู่เกาะดังกล่าวของญี่ปุ่น
|
| นายโจ ไบเดินกับนายสีจิ้นผิง (Photo BBC) |
แต่อย่างไรก็ตาม นี่คือคำพูดปากเปล่าเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับการปฏิบัติจริงของสหรัฐจนทำให้นายโจ ไบเดนยากที่จะอธิบายได้ ก่อนที่จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง นายโจ ไบเดนได้รับการต้อนรับด้วยท่าที่อย่างระมัดระวังจากสื่อจีนและความกังวลของวอชิงตันเกี่ยวกับ ADIZ ที่ถูกนำเสนอในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นซินโซ อาเบะก็ถูกสื่อของจีนตำหนิ โดยหนังสือพิมพ์ China Daily ของจีนฉบับวันที่ 4 ธันวาคมได้เตือนว่า การสนับสนุนญี่ปุ่นของนายโจ ไบเดนอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเขาในประเทศจีนและถ้าอยากคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาค ก่อนอื่นต้องยุติการสนับสนุนนโยบาย “ที่จะเข้าใกล้สงคราม” ซึ่งเป็นนโยบายที่อันตรายของญี่ปุ่น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ท่าทีแข็งกร้าวของปักกิ่งหรือความสำคัญของการธำรงความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรใหญ่ได้ทำให้การเยือนจีนครั้งนี้ของนายโจ ไบเดนดูเหมือนว่าไม่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งในการหารือกับนายสีจิ้นผิง เนื้อหาเกี่ยวกับเขต ADIZ ไม่ได้รับการหารือมากเท่าที่ควร โดยส่วนใหญ่เป็นการหารือเกี่ยวกับวิธีการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างบรรดาประเทศมหาอำนาจในศตวรรษที่ 21 ตามข้อเสนอของประธานประเทศจีนสีจิ้นผิงในโอกาสการเยือนประเทศสหรัฐเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดจากการจับมืออย่างสนิทสนมของผู้นำทั้งสองท่านและแถลงการณ์ของนายสีจิ้นผิงที่ว่า การสนทนาและความร่วมมือคือทางเลือกเดียวที่ถูกต้องของทั้งสองประเทศ
ภารกิจที่ลำบาก
แม้มีความกังวลต่อท่าทีใหม่ของจีนแต่จากบทบาทที่เข้มแข็งของประเทศคู่แข่งนี้ วอชิงตันก็ไม่อยากที่จะหันหลังทั้งหมดให้กับปักกิ่ง การที่นายบารัก โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชีย - แปซิฟิกสองครั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังของสหรัฐในการปฏิบัติกับบรรดาประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทั้งนี้และทั้งนั้น หน้าที่ทางการทูตของนายโจ ไบเดนจึงมีความลำบากเป็นอย่างยิ่งและการเยือนครั้งนี้อาจจะไม่ประสบผลแต่อย่างใดนอกเหนือจากการยืนยันการปรากฏตัวของสหรัฐทุกครั้งที่ภูมิภาคนี้มีความผันผวนเท่านั้น./.








