(VOVWorld)–วันที่๒๓พฤษภาคม ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษได้มีการจัดการประชุมในหัวข้อ “อนาคตของยุโรปในเศรษฐกิจโลก” ในสภาวการณ์ที่วิกฤตหนี้สาธารณะย่างเข้าปีที่๓อย่างต่อเนื่อง และเขตนี้ยังคงอยู่ในภาวะซบเซานั้นการแสวงหามาตรการและมีปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขความชงักงันในปัจจุบันยังคงเป็นคำถามที่ผู้นำยุโรปยังหาคำตอบไม่ได้ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์เห็นว่า การขาดความเห็นที่ตรงกันในนโยบายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทวีปนี้ยังไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้
![]() |
| อนาคตของเศรษฐกิจยุโรปยังคงมืดมน(Photo:Reuters ) |
รายงานแห่งวสันต์ฤดูที่คณะกรรมการยุโรปหรืออีซีประกาศ เมื่อต้นเดือนนี้ได้เพิ่มความมืดมนให้แก่ภาพรวมเศรษฐกิจของยูโรโซนโดยสัญญาณที่ไม่ดีได้กลายเป็นการเตือนสติต่อการที่โลกอาจจะตกเข้าสู่วิกฤติครั้งใหม่ นั่นคืออัตราคนว่างงานของยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการคืออยู่ที่ร้อยละ๑๒.๑ โดยเฉพาะ อัตราคนว่างงานของกรีซและสเปนได้สูงกว่าอัตราคนว่างงานของสหรัฐในยุคเศรษฐกิจถดถอยเมื่อต้นปี๑๙๓๐ สำหรับสองประเทศที่มีเศรษฐกิจพัฒนาที่สุดในยุโรปคือฝรั่งเศสและเยอรมนี มูลค่าการจำหน่ายรถยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักได้ลดลงร้อยละ๒๐ในไตรมาสที่๑ ส่วนสำหรับประเทศเนเธอแลนด์ อัตราหนี้เพื่อการบริโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น๒๕๐% ของรายได้ ปริมาณการผลิตอุตสาหกรรมของอิตาลีลดลงร้อยละ๒๕ใน๕ปีที่ผ่านมา ส่วนหนี้สาธารณะคิดตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีเพิ่มขึ้น๑๓๖% จำนวนสถานประกอบการสเปนยื่นหนังสือขอประกาศล้มละลายเพิ่มขึ้นร้อยละ๔๕ เมื่อเทียบกับ๑ปีก่อน การประกอบธุรกิจของภาคเอกชนในยูโรโซนอยู่ในภาวะอ่อนแอ สัญญาณอีกประการที่สร้างความวิตกกังวลคือ หนี้เสียในยุโรปได้เพิ่มขึ้น๑๕๐% นับตั้งแต่ปี๒๐๐๗ซึ่งทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิกฤติเศรษฐกิจในทุกด้านในยุโรปซึ่งอาจจะลุกลามไปทั่วโลกจนทำให้ประชามติต้องตั้งคำถามใหญ่ๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปในปัจจุบัน เช่น นโยบายงบประมาณดีพอหรือยัง? ประสิทธิภาพของนโยบายกระตุ้นการเงิน และผลในการปฏิบัติจากประเทศหนึ่งต่อประเทศอื่นเป็นเช่นไร?ซึ่งได้มีความเห็นที่ตำหนิติติงนโยบายรัดเข็มขัดว่า ทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถพัฒนาได้ แม้แต่นายโจเซ่ มานูเอว บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมการยุโรปก็ต้องกล่าวว่า การสนับสนุนของประชาชนต่อนโยบายรัดเข็มขัดได้สิ้นสุดแล้ว โดยเฉพาะ การเดินขบวนประท้วงกำลังมีขึ้นทั่วยุโรป ดังนั้น คณะกรรมการยุโรปได้ตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการรัดเข็มขัดต่อบางประเทศผ่านการอนุญาติให้ขยายกรอบเวลาสำหรับลดการขาดดุลงบประมาณ แต่ในทางตรงกันข้าม นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศกลับยืนยันว่า ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหนือจากนโยบายรัดเข็มขัดในยุโรป โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นมาตรการที่ไม่มีความเป็นไปได้สูงในการปฏิบัติหากเพราะมีแต่จะเพิ่มหนี้สาธารณะขึ้นเท่านั้น ความเห็นที่ไม่ตรงกันดังกล่าวได้แสดงให้เห็นจากทัศนะที่แตกต่างต่อปัญหาเศรษฐกิของสหภาพยุโรประหว่างตัวแทนประเทศต่างๆ โดยในที่ประชุมผู้นำสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม ปัญหานโยบายพลังงานและต่อต้านการหนีภาษีที่บรรดาผู้นำสหภาพยุโรปได้คาดหวังว่า จะสร้างก้าวกระโดด และเป็นพื้นฐานเพื่อเตรียมให้แก่ก้าวเดินต่อไปเพื่อวางนโยบายแก้ไขความชะงักงันในปัจจุบันก็ไม่สามารถแสวงหาเสียงพูดเดียวกันได้ ส่วนเยอรมนี อิตาลี่ อังกฤษและฝรั่งเศสเห็นชอบทัศนะของนายวานรอมปุย หัวหน้าสภายุโรปที่ว่า เพื่อค้ำประกันให้ทุกนโยบายของสหภาพยุโรปมีส่วนร่วมให้แก่ขีดความสามารถในการแข่งขัน งานทำ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกจำเป็นที่จะต้องวางระเบียบการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านธนาคารตั้งแต่บัดนี้ถึงปลายปีเพื่อป้องกันการหนีภาษีที่สร้างความสูญเสียให้แก่สหภาพยุโรป แต่ออสเตรเลียและลักเซมเบิร์กกลับคัดค้านข้อเสนอนี้ ไอร์แลนด์ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนสหภาพยุโรปเห็นว่า สหภาพยุโรปควรเจรจากับประเทศที่๓ เพื่อป้องกันการบิดเบือนการแข่งขัน สำหรับปัญหาพลังงาน มีบางประเทศที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาพลังงานถ่านหิน เช่น อังกฤษ ฮังการี โปแลนด์ โรมาเนีย และสเปน แต่ก็มีบางประเทศที่คัดค้าน รวมทั้งฝรั่งเศสที่อ้างเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งความเห็นที่ไม่ตรงกันนี้ทำให้นายดาลีอา กรีเบาสไกเต ประธานาธิบดีลิทัวเนียได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรปต้องมีจุดยืนที่ตรงกัน ด้วยเหตุนี้ ในร่างแถลงการณ์การประชุม บรรดาผู้นำเพียงแต่ได้เรียกร้องให้อนุมัติข้อกำหนดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารบัญชีออมสินก่อนปลายปีนี้โดยอัตโนมัติและสร้างความเปิดเผยและโปร่งใสภาษีนำเข้าพลังงานซึ่งเป็นผลที่คลุมเครือ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ความเห็นที่ไม่ตรงกันในทัศนะระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ทำลายแผนการเบื้องต้นของกลุ่มนี้ในการสร้างความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหา อนาคตของเศรษฐกิจยุโรปที่ยังคงมืดมนเป็นสิ่งที่ถูกพยากรณ์ไว้แล้ว เศรษฐกิจยุโรปยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวเนื่องจากอุปสรรคที่เกี่ยวข้องถึงผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ./.









