![]() |
| ผู้ประท้วงประมาณ2พันคนได้ชุมนุมกันหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงไคโร (internet) |
ภาพยนต์ความยาว13นาทีที่มีชื่อว่า อินโนเซนส์ ออฟ มุสลิม ที่คาดว่าจะได้รับการเผยแพร่ในโอกาสรำลึก11ปีเหตุวินาศกรรม11กันายนของสหรัฐได้สร้างกระแสโกรธแค้นอย่างรุนแรงในโลกมุสลิม โดยที่อิยิปต์ ผู้ประท้วงประมาณ2พันคนได้ชุมนุมกันหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงไคโร ปีนข้ามกำแพงเข้าไปข้างในและลดธงชาติสหรัฐลงมาเพื่อทำลายแล้วชักธงแห่งมุสลิมสีดำขึ้นไปแทน ส่วนนาย อาเม็ด คาลิล ผู้นำระดับสูงของพรรค ซาลาฟิตส์ นัวร์ ซึ่งมีบทบาทเป็นแกนนำในการเดินขบวนครั้งนี้เผยว่าพรรคของตนได้ส่งเอกสารถึงสถานทูตสหรัฐเพื่อเรียกร้องให้ทางการสหรัฐไม่เผยแพร่ภาพยนต์ดังกล่าวและต้องมีคำขอโทษอย่างเป็นทางการ โดยถึงแม้ว่ารัฐบาลอิยิปต์เรียกร้องให้ประชาชนใช้ความอดกลั้นแต่องค์การภารดรภาพมุสลิมกลับยืนยันความตั้งใจที่จะเรียกร้องให้จัดการเดินขบวนในทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันที่ประเทศลิเบีย กระแสความโกรธแค้นได้มีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมนับพันคนได้ปิดล้อมสถานกงสุลสหรัฐประจำเมืองเบงกาซีและมีกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีสถานกงสุลด้วยเครื่องยิงระเบิดจนทำให้เอกอัครราชทูตสหรัฐพร้อมเจ้าหน้าที่อีก3คนเสียชีวิตเนื่องจากสำลักควันพิษ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทางสถานทูตสหรัฐได้แสดงท่าทีเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์โดยประนามบุคคลบางคนที่จงใจสร้างความเสียหายทางศาสนาต่อชาวมุสลิม ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐบารัคโอบามาก็ได้ประนามการโจมตีดังกล่าวพร้อมกับคัดค้านทุกการกระทำที่ดูหมิ่นศาสนา ในขณะที่สหภาพยุโรปและนาโตได้เรียกร้องให้ลิเบียทำการสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็วรวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักการทูตประเทศต่างๆ ส่วนทางฝ่ายลิเบียนั้น ประธานรัฐสภาโมฮัมเหม็ด อัล เมคารีเยฟ ก็ได้ส่งคำขอโทษถึงชาวสหรัฐและทั่วโลก
นี่มิใช่เป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์ดูหมิ่นศาสดาโมฮัมเหม็ดเป็นชนวนให้ชาวมุสลิมทำการตอบโต้เพื่อแก้ลำ โดยเมื่อปี2010 ชาวโลกก็ได้เห็นถึงความโกรธแค้นของโลกมุสลิมต่อเหตุการณ์เผาทำลายคำภีร์อัลกุรอาน ซึ่งนั่นคือการเดินขบวนที่ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นการโจมตีอย่างนองเลือดใส่กองกำลังของสหประชาชาติและนาโต้ในอัฟกานิสถานที่ส่งผลให้มีชาวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมากและกระแสการคัดค้านสหรัฐกับตะวันตกของชาวมุสลิมได้บานปลายไปในทั่วโลก
![]() |
| ผู้ชุมนุมนับพันคนได้ปิดล้อมสถานกงสุลสหรัฐประจำเมืองเบงกาซีและมีกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีสถานกงสุล (internet) |
ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา การปะทะโดยเฉพาะการก่อการร้ายก็ได้สร้างกำแพงกีดกั้นระหว่างสหรัฐกับโลกอิสลาม ซึ่งสงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่เริ่มขึ้นหลังเหตุการณ์11กันยายนปี2001ยิ่งทำให้แนวโน้มการต่อต้านสหรัฐในโลกอิสลามนี้นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น มีหลายประเทศเช่น อิหร่าน อิรัก ลิเบียและเยเมนถูกสหรัฐระบุว่าเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย สงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่สหรัฐเริ่มขึ้นได้ขยายตัวไปยังทั่วโลกและการโจมตีก่อการร้ายก็ได้เกิดขึ้นในทุกมุมโลกเช่นกัน 11ปีหลังการก่อวินาศกรรมวันที่11กันยายน ถึงแม้ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอุซมะบินลาเดนถูกสังหารและเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ได้อ่อนแอลง ส่วนวิถีแห่งประชาธิปไตยเริ่มได้รับการเผยแพร่ในโลกมุสลิมเนื่องจากกระบวนการวสันต์แห่งอาหรับ แต่สหรัฐก็ได้กลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง การที่สหรัฐได้ส่งทหารเข้าไปในอัฟกานิสถานและอิรักได้ทำให้สหรัฐถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามทำลายโลกมุสลิมเนื่องจากมีกำลังทหารที่เข้มแข็งที่สามารถคุกคามและครอบครองโลกอิสลามได้ รวมทั้งให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการในภูมิภาคโดยมีอิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรที่ไกล้ชิดของสหรัฐในชาติอิสลามเป็นตัวอย่าง ส่วนความโกรธแค้นที่มีต่อชาวสหรัฐในโลกอิสลามก็ถือเป็นแรงสนับสนุนให้กลุ่มก่อการร้ายต่างๆเพิ่มการเคลื่อนไหวให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น









