|
| รัฐมนตรีการต่างประเทศซีเรีย Walid Muallem (Photo Reuters) |
1 วันหลังจากคำเตือนดังกล่าว กองกำลังลุกขึ้นสู้ในซีเรียได้ทำการโจมตีใส่ฐานทัพสองแห่งของกองทัพรัฐบาลในจ.อิดลิบ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอันตรายต่อคณะผู้สังเกตุการณ์ของสหประชาชาติและคณะผู้เชี่ยวชาญ OPCW ที่เข้ามาทำลายคลังอาวุธเคมี แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างคืบหน้าโดยไม่สนใจต่อความยากลำบากต่างๆ โดยสิ่งที่น่ายินดีคือ หลังจากที่สหประชาชาติอนุมัติมติ 1 สัปดาห์ อาวุธเคมีจำนวนหนึ่งของซีเรียทั้งที่เป็นหัวรบขีปนาวุธ ระเบิดและอุปกรณ์ที่ใช้ผสมสารเคมีได้ถูกทำลาย ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการที่รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นองค์การ OPCW จึงได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือและความพร้อมของรัฐบาลซีเรียในเรื่องนี้และเผยว่า จะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญคณะที่สองไปยังซีเรียเพื่อช่วยเหลือการทำลายอาวุธเคมีของรัฐบาลดามัสกัส
ความคืบหน้าจากการทำลายอาวุธเคมีในซีเรียก็ได้รับคำชื่นชมจากประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งนายวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้เห็นว่า ซีเรียได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาวุธเคมีของสหประชาติโดยชี้ชัดว่า การระแวงสงสัยว่า ผู้นำซีเรียจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่หรือไม่นั่นจะเป็นข้ออ้างที่ไม่มาจากสถานการณ์จริง แม้กระทั่งนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็ได้ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมาว่า ต้องชื่นชมนายบาซาร์ อัลอัสซาด ประธานาธิบดีซีเรียเพราะได้เริ่มปฏิบัติภารกิจการทำลายคลังอาวุธเคมีอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่น่ายินดีและไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ผู้เชี่ยวชาญของ OPCW ได้รับความสะดวกเพื่อเสร็จสิ้นภารกิจอันหนักหน่วงดังกล่าว แต่ก็ต้องรู้ว่า การทำลายอาวุธเคมีที่มีปริมาณรวมกันกว่า 1000 ตันนั้นต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือนโดยจะเสร็จสิ้นในกลางปี 2014 แต่นี้ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่อาจส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจล่าช้าออกไปรวมทั้งสงครามกลางเมืองที่กำลังมีขึ้นในซีเรียด้วย ดังนั้นภารกิจดังกล่าวจะสำเร็จหรือไม่ก็คำตอบที่รออยู่เบื้องหน้า./.









