(VOVworld) – ข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งบรรลุระหว่างสหรัฐกับรัสเซียเริ่มมีผลบังคับใช้ในทั่วประเทศซีเรียตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 12 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับช่วงเวลาจัดงานอีดิ้ลอัฎฮา โดยหลายๆความคิดเห็นต่างเป็นไปในทางที่เดียวว่า นี่คือโอกาสที่หายากเพื่อยุติสถานการณ์ความรุนแรงในซีเรียที่ยืดเยื้อมานาน 5 ปี ควบคู่กันนั้น ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติข้อตกลงหยุดยิงนี้อย่างสมบูรณ์จากทุกฝ่าย
![]() รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย (Xinhua)
|
![]() ข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียได้ช่วยลดจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรงเป็นจำนวนมาก (Reuters)
|
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่
ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ถ้าหากข้อตกลงหยุดยิงได้รับการปฏิบัติก็จะช่วยลดการใช้ความรุนแรงและฟื้นฟูการเจรจาเพื่อนำสันติภาพมาสู่ซีเรีย แต่นาย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียได้ยอมรับว่า ไม่สามารถค้ำประกันได้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่ได้บรรลุระหว่างรัสเซียกับสหรัฐจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ ส่วนนาย Konstantin Kosachev หัวหน้าคณะกรรมาธิการปัญหาระหว่างประเทศของวุฒิสภารัสเซียได้เตือนว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะได้รับการปฏิบัติหรือไม่และเอกสารที่เพิ่งลงนามที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์จะกลายเป็นเอกสารที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์หรือไม่ก็จะขึ้นอยู่กับท่าทีของทางการซีเรียและกองกำลังฝ่ายค้านในประเทศนี้ ตลอดจนท่าทีของฝ่ายที่สาม คือองค์การก่อการร้ายที่กำลังควบคุมสถานการณ์ในซีเรีย
ปัญหาอีกประเด็นที่ต้องกล่าวถึงก็คือ ปัจจุบัน รัสเซียและสหรัฐยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการแยกแยะกลุ่มก่อการร้ายกับกองกำลังฝ่ายค้านที่ถูกถือว่าเป็นกองกำลังโอนอ่อนในซีเรีย โดยนาย จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้เผยว่า ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับปัญหานี้ต่อไปผ่านศูนย์พิเศษที่จะได้รับการจัดตั้งในเวลาที่จะถึง
นอกจากนั้น ข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ก็ยังขาดกลไกการตรวจสอบและปฏิบัติ ซึ่งเหมือนกับข้อตกลงที่ได้บรรลุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 และสุดท้าย ก็ไม่มีผลบังคับใช้ ตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ คำสั่งหยุดยิงนี้ต้องมีระบบการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์ มิฉะนั้น กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะฉกฉวกช่วงเวลาหยุดยิงเพื่อเสริมสร้างกองกำลัง ขนส่งอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการสู้รบ
จากปัจจัยดังกล่าวได้ทำให้สหประชาชาติมีท่าทีที่ระมัดระวังต่อศักยภาพการปฏิบัติข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ นาย สทาฟฟัน เดอ มิสทูรา ทูตพิเศษของสหประชาชาติเกี่ยวกับซีเรียได้เผยว่า สำนักงานของสหประชาชาติจะเฝ้าติดตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะมีคำวิเคราะห์ใดๆ
ข้อตกลงหยุดยิงที่รัสเซียและสหรัฐบรรลุเมื่อเร็วๆนี้จะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในกระบวนการสันติภาพซีเรียภายหลัง 5 ปีที่เกิดสงครามกลางเมืองถ้าหากได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและมีกลไกการตรวจสอบการปฏิบัติ แต่ปัจจุบัน ยังเร็วเกินไปเพื่อมีการพยากรณ์เกี่ยวกับศักยภาพของข้อตกลงหยุดยิง แต่ประชามติหวังว่า ข้อตกลงนี้จะได้รับการปฏิบัติจากทุกฝ่าย ซึ่งหมายความว่า ชาวซีเรียจะได้อยู่ในบรรยากาศที่สงบ.









