(VOVworld) – เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ในการประชุมครั้งที่11ของคณะกรรมการร่วมรัฐบาลขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนามธรรม ณ กรุงแอดดิสอาบาบา สาธารณรัฐเอธิโอเปีย ได้มีการรับรองความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ของชาวเวียดนามเป็นมรดกวัฒนธรรมนามธรรมของมนุษยชาติ ถือเป็นการยืนยันถึงคุณค่าและพลังชีวิตที่ยั่งยืนของความเลื่อมใสที่เป็นเอกลักษณ์นี้และยังเป็นการสร้างนิมิตหมายใหม่เพื่อสานต่อคุณค่านี้ไปสู่อนาคตด้วยการยกระดับจิตสำนึกและการกลั่นกรองในบทบาทฐานะของมรดกโลก
![]() ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ของชาวเวียดนามได้รับการรับรองเป็นมรดกวัฒนธรรมนามธรรมของมนุษยชาติ (Photo Internet)
|
นับตั้งแต่ที่วัฒนธรรนี้ปรากฎขึ้นจนถึงปัจจุบัน ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ก็มีพลังชีวิตเฉพาะตัวและยังมีการรับปัจจัยทางวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งนี้และทั้งนั้นผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนต่างๆและยังมีบางช่วงที่พิธีทรงเจ้าในการบูชาเจ้าแม่ไม่ได้รับการยอมรับให้มีบทบาทเหมือนการบูชาพื้นเมืองทั่วไปแต่ตั้งแต่ปี 1986 มาจนถึงปัจจุบัน ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ก็ได้รับการรับรองให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นเมืองอย่างกว้างขวาง ดร.เหงียนถิหงอกมาย หัวหน้าฝ่ายวิจัยความเลื่อมใสและศาสนาพื้นเมืองของสถาบันวิจัยศาสนาเผยว่า “นับตั้งแต่ปี 1986 ที่มีมติฉบับใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด โดยเฉพาะหลังจากที่กฎหมายมรดกวัฒนธรรมมีผลบังคับใช้ ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่จึงได้รับการฟื้นฟูและพัฒนา ความเลื่อมใสนี้สามารถตอบสนองความปรารถนาในชีวิตของคนเวียดนามที่อยากขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพดี ร่ำรวยและประสบความสำเร็จในการทำงาน ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการในยุคเศรษฐกิจเชิงตลาด จึงได้รับการตอบรับนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน”
เพื่อให้ความเลื่อมใสนี้ได้รับการรับรองจากยูเนสโก นอกจากคุณค่าเอกลักษณ์ของมรดกแล้ว ยังมีส่วนร่วมของนักวิชาการและนักวิจัยวัฒนธรรมที่ได้วิจัยและเผยแพร่คุณค่าของมรดกนี้เพื่อยกระดับจิตสำนึกของผู้บริหารและชุมชนเกี่ยวกับรูปแบบและความหมายของกิจกรรมด้านความเลื่อมใสพื้นเมืองต่างๆโดยเฉพาะผู้ที่เป็นร่างทรงหรือในภาษาเวียดนามเรียกว่า “แทงด่ง” ซึ่งพวกเขาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้พิธีกรรมการทรงเจ้านั้นคงอยู่และได้รับการปฏิบัติในชีวิตสังคมอย่างต่อเนื่อง
|
ความเลื่อมใสบูชาเจ้าแม่ได้ปฏิบัติตามการมองชีวิตของคนเวียดนาม ดังนั้น การที่ยูเนสโกรับรองความเลื่อมใสนี้เป็นมรดกของโลกก็ถือเป็นการยืนยันถึงความพยายามของเวียดนามในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนามธรรมของประชาชาติให้พัฒนาคงอยู่อย่างมั่นคงถาวร.









